We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
SAGA
  • TOKYO
  • SAGA

ARTIFACT X VIEW

หลังจากร่วมทำเวิร์คช็อปแก้วเจียระไน เอโดะคิริโกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานฝีมือดั้งเดิมของโตเกียวที่สุมิดะ เอโดะ คิริโกะคังแล้ว แวะไปที่หมู่บ้านโอคาวาชิยามะที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผาอิมาริยากิ การเดินทางที่น่าประทับใจด้วยงานฝีมือชั้นยอดอันทรงเสน่ห์

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://www.asobo-saga.jp/th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : November 2017 Joanna Lemanska
    ช่างภาพ
    ที่อยู่อาศัย:ปารีส ฝรั่งเศส
  • Traveled : November 2017 Noémie Seguin
    นักข่าวและช่างภาพ
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ปารีส ฝรั่งเศส

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

ANA216 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Joanna Lemanska

    การเดินทางไปญี่ปุ่นโดยสายการบิน ANA นั้นสะดวกสบายมาก ตั้งแต่ตอนที่เราขึ้นเครื่อง เรารู้สึกราวกับว่าได้มาถึงประเทศที่สวยงามแห่งนี้แล้ว ต้องขอบคุณพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เป็นมิตรและเมนูอาหารแสนอร่อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารญี่ปุ่น แม้ว่าเราจะเดินทางแบบชั้นประหยัด แต่กลับรู้สึกประหลาดใจและยินดีที่พบว่ามีพื้นที่มากมายสำหรับยืดขา และยังสามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือโดยใช้พอร์ต USB ในระหว่างที่กำลังเดินทางได้ด้วย เราจึงสามารถใช้โทรศัพท์ของตัวเองได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินฮาเนดะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

อาซาบุจูบังmore

อาซาบุจูบัง

อาซาบุจูบังเป็นทั้งพื้นที่ที่มีนักเที่ยวชาวต่างชาติและชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก , ใกล้กับรปปงหงิ และยังคงหลงเหลือบรรยากาศของชิตะมาจิ (ดาวน์ทาวน์) ร้านค้าในอาซาบุจูบังมีทั้งร้านใหม่และร้านที่มีประวัติศาสตร์ผสมผสานกันอยู่ หากไปเดินเล่นจะไม่เบื่อเลย

  • Joanna Lemanska

    จากนั้นเราก็ไปต่อที่ย่านการค้าอาซาบุจูบังซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ รวมทั้งบาร์และร้านอาหารที่แปลกตา แม้ว่าจะเป็นย่านที่เงียบสงบ แต่ก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเพราะมีร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมากอยู่ที่นี่ เราสนุกมากที่ได้เดินชมทั่วบริเวณนี้ แต่น่าเสียดายมากที่ร้านร้านนานิวายะ โซฮนเต็นซึ่งเป็นร้านขายไทยากิที่โด่งดังปิดให้บริการในวันนั้น (ไทยากิคือขนมแพนเค้กรูปปลาที่มีไส้ถั่วกวน) เราจึงพลาดโอกาสลองชิมไทยากิของร้าน นอกจากนี้ เรายังได้ค้นพบศาลเจ้าจูบังอินาริอันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ในตรอกด้านหลังของย่านการค้าที่พลุกพล่าน เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินชมและถ่ายภาพ

  • Noémie Seguin

    ฉันอาศัยอยู่ในโตเกียวมา 1.5 ปี แล้ว แต่ไม่เคยได้ไปสำรวจพื้นที่รอบๆ ตัวให้ดีเลย หนึ่งในพื้นที่เหล่านี้คือย่านการค้าอาซาบุจูบัง ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับถนนช้อปปิ้งหลักในบริเวณนี้ แต่ร้านค้าส่วนใหญ่กลับปิดทำการเนื่องจากวันนั้นเป็นวันอังคาร อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการหาซื้อของหวานและของกินเล่น และถ้าคุณเดินลึกตามถนนเข้าไปอีก คุณก็จะได้เจอกับศาลเจ้าจูบังอินาริที่มีทาคาระบุเนะ โนะ โอยาชิโระ หนึ่งในเทพที่มีชื่อเสียงในหมู่เทพมินาโตะ ชิจิฟุคุจิน (เจ็ดเทพแห่งความโชคดี) ประดิษฐานอยู่

สายโตเกียวเมโทรนัมโบะขุ สายฮันโซมง
ใช้เวลาประมาณ 26 นาที
อะสะบุจูบัง→คิโยสึมิชิระคะวะ→คินชิโจ

เดิน6นาที จากสถานีคินชิโจ

สัมผัสประสบการณ์ทำแก้วเอโดะคิริโกะ (สึมิดะเอโดะคิริโกะคัง)more

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

สัมผัสประสบการณ์ทำแก้วเอโดะคิริโกะ (สึมิดะเอโดะคิริโกะคัง)

สึมิดะเอโดะคิริโกะคังคือร้านเฉพาะทางที่แนะนำแก้วเอโดะคิริโกะซึ่งเป็นหัตถกรรมที่สืบสานประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ทางร้านยังมีสตูดิโอที่ได้รับการรับรองจากเขตสึมิดะ ภายในสตูดิโอได้จัดแสดงชิ้นงาน ภาพถ่าย ต่างๆ ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีรายละเอียดขั้นตอนการทำ และประวัติศาสตร์ ภายในร้านค้ามีจัดวางชิ้นงานมากมายกว่า350ชิ้น เป็นผลงานที่มี เทคนิค" ของเอโดะคิริโกะที่หาชมได้ยากยิ่ง ประกอบไปด้วยชุดของขวัญที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงผลงานหายากของศิลปินคิริโกะ
อีกทั้งเรายังสามารถชมเทคนิคการทำชิ้นงานของช่างฝีมือได้จากริมหน้าต่าง พร้อมทั้งยังสามารถทดลองทำแก้วเอโดะคิริโกะอย่างง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้"

  • Joanna Lemanska

    เราเข้าไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สุมิดะ เอโดะ คิริโกะ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การทำเครื่องแก้วเอโดะ คิริโกะ ที่มีรูปแบบการตัดกระจกที่เป็นเอกลักษณ์และการตกแต่งที่ละเอียดอ่อน เป็นงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมจากโตเกียวที่มีมาตั้งแต่ประมาณปี 1834 เครื่องแก้วเอโดะ คิริโกะ มีโครงสร้างสองชั้นที่ประกอบไปด้วยชั้นแก้วภายนอกที่มีการตกแต่งด้วยสีสันสวยงาม และชั้นด้านในซึ่งโปร่งแสง ช่างฝีมือสามารถออกแบบเครื่องแก้วให้มีลักษณะแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับการแกะสลัก นอกจากนี้ยังมีชั้นเรียนที่ให้คุณได้มีโอกาสทดลองใช้เทคนิคและการตกแต่งกระจกของตัวเอง หลังจากฟังช่างฝีมืออธิบายวิธีการใช้เครื่องขัด เราก็ได้ลองสลักลวดลายลงบนเครื่องแก้วจริงๆ ด้วยมือของเราเอง และเมื่อเสร็จแล้วก็สามารถนำเครื่องแก้วที่ทำเองกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ด้วย

    เรามุ่งหน้าสู่สถานีโอชิอาเกะที่มีโตเกียว สกายทรีตั้งอยู่ พื้นที่บริเวณโอชิอาเกะสร้างความประทับใจให้กับเราอย่างมากด้วยกลิ่นอายของสีสันบรรยากาศช่วงคริสต์มาส และหากคุณกำลังมองหาของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ เพื่อนำกลับบ้านแล้วล่ะก็ ร้านค้าที่อยู่ใกล้สกายทรีก็ถือเป็นแหล่งที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

  • Noémie Seguin

    เราเข้าร่วมเวิร์คช็อปในเขตสุมิดะ มีการแนะนำศิลปะเอโดะคิริโกะซึ่งเป็นงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคเอโดะ เป็นการแกะสลักรูปทรงเรขาคณิตลงบนกระจก ที่พิพิธภัณฑ์สุมิดะ เอโดะ คิริโกะ ช่างฝีมือสอนให้ฉันแกะสลักลวดลายลงบนเครื่องแก้วที่ฉันเลือกไว้ก่อนหน้าอย่างอดทนและตั้งใจ เครื่องแก้วทำจากโครงสร้างสองชั้น ชั้นภายนอกมีสีและชั้นภายในโปร่งใส ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นลวดลายบนเครื่องแก้วเมื่อมองจากด้านในได้ด้วย การทำงานเช่นนี้ต้องให้ความสำคัญกับการใส่ใจมาก แม้ว่าแก้วของฉันจะไม่ได้ดีเยี่ยม แต่ชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้วและไม่เหมือนใครทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความสำเร็จ! เวิร์คช็อปนี้ใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง โดยมีค่าใช้จ่าย 4,320 เยน และคุณสามารถนำเครื่องแก้วที่ทำเสร็จแล้วกลับบ้านด้วย
    *ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อใช้

    ย่านโอชิอาเกะมีชื่อเสียงเพราะว่ามีโตเกียว สกายทรีซึ่งมีความสูง 634 เมตรตั้งอยู่ วันที่ฉันไปที่นั่น ยอดตึกที่สวยงามถูกบดบังด้วยเมฆ แต่เราก็มีความสุขกับการเดินชมรอบๆ โตเกียวโซรามาจิ เป็นศูนย์การค้าที่อยู่บริเวณหอคอย ฉันแนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้น 4 คุณจะสามารถหาสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างแน่นอน ตั้งแต่อาหารไปจนถึงตะเกียบ พัดลม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสิ่งที่คุณจะได้พบแน่นอนก็คือกระดาษญี่ปุ่นวาชิ

สายJRโซบุ
7 นาที
คินชิโจ →อะคิฮะบะระ

สายโตเกียวเมโทรฮิบิยะ
22 นาที
อะคิฮะบะระ→รปปงงิ

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์ more

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์

โตเกียวซิตี้วิว คือสถานที่รับชมทัศนียภาพ “สกายเด็ค” ที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 270 เมตรและมีส่วนทางเดินภายในสูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ทำให้สามารถมองเห็นแลนด์มาร์คสำคัญๆ ของโตเกียว อาทิ โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี รวมถึงในวันที่อากาศเป็นใจก็สามารถมองเห็นไกลถึงภูไขไฟฟูจิเลยทีเดียยว “สกายเด็ค” ช่วงเวลาพิเศษที่จะปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมและท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

  • Joanna Lemanska

    ที่โตเกียว ซิตี้ วิว เราขึ้นไปยังจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่อยู่ชั้น 52 เราได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ที่งดงามของเมือง อาจมีสถานที่อื่นๆ ที่สามารถมองเห็นกรุงโตเกียวได้จากจุดชมวิวมุมสูง แต่ผมมั่นใจว่าโตเกียว ซิตี้ วิว เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด เพราะเราสามารถชมทิวทัศน์มุมกว้างของบริเวณโดยรอบได้แบบ 360 องศา ด้วยเหตุนี้เราจึงมองเห็นทัศนียภาพของเมืองโตเกียวได้พร้อมกับดวงอาทิตย์ที่กำลังตกเป็นฉากหลัง

    หลังจากที่ฟ้ามืดแล้ว เราก็เดินไปรอบๆ บริเวณรปปงหงิฮิลส์ ประติมากรรมอันยิ่งใหญ่อย่าง มามง (Maman) ที่สร้างโดยหลุยส์ บูร์ชัวส์ เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดที่เราได้เจอในการเดินทางครั้งนี้ แมงมุมยักษ์ตัวนี้ดูทรงพลังและน่ากลัว แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เรารู้สึกสงบและได้รับการคุ้มครอง หลังจากถ่ายภาพผลงานชิ้นเอกที่น่าประทับใจนี้หลายภาพแล้ว เราก็ไปเดินเล่นกันต่อที่สวนโมริ ขณะที่เราเพลิดเพลินไปกับความเงียบสงบของสวนที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม เราก็ได้ชื่นชมความงดงามของรปปงหงิฮิลส์จากระยะไกลด้วย เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก

  • Noémie Seguin

    ถึงแม้ว่าวันนั้นจะมีเมฆมาก แต่เราก็ยังขึ้นไปที่จุดชมวิวบนดาดฟ้าที่อยู่ชั้น 52 ของของหอคอยรปปงหงิฮิลส์ โมริ ที่นั่นเราได้รับการต้อนรับด้วยวิวทิวทัศน์ของกรุงโตเกียว แม้ว่าจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอก แต่มุมมองแบบพาโนรามา 360 องศาของเมืองนี้ก็ยังสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ ผมก็ได้ชื่นชมทัศนียภาพต่างๆ ผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ไปพร้อมกับพระอาทิตย์ที่กำลังตกเหนือกรุงโตเกียวและไฟยามค่ำคืนที่ค่อยๆ ส่องสว่างขึ้น ในวันธรรมดา หอคอยเปิดให้บริการจนถึงเวลา 11:00 น.

    คุณไม่สามารถออกจากรปปงหงิฮิลส์ได้โดยไม่เจอกับแมงมุมยักษ์! แต่อย่าตกใจไป เพราะว่ามันไม่ใช่แมงมุมจริงๆ แต่เป็นประติมากรรมสูง 10 เมตรซึ่งเป็นแมงมุมที่มีไข่อยู่ในท้อง เป็นที่รู้จักทั่วโลกในชื่อว่า มามง (Maman) และเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปินชาวฝรั่งเศส หลุยส์ บูร์ชัวส์ มันน่าประทับใจมาก! นอกจากนี้ ในย่านรปปงหงิ ฮิลส์ ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และสวนญี่ปุ่นที่ชื่อว่าสวนโมริด้วย

สายโตเกียวเมโทรฮิบิยะ
8นาที
รปปงงิ→ฮิบิยะ

ใช้เวลาประมาณ2นาที จากสถานีฮิบิยะ

เรมฮิบิยะ

วันที่สอง

KYUSHU(SAGA)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Joanna Lemanska

    ขณะที่โตเกียวต้อนรับเราในเช้าวันรุ่งขึ้น เราไปซื้อของกันที่สนามบินฮาเนดะ ลูกเรือที่เป็นมิตรให้บริการด้วยความอบอุ่นในขณะที่เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องเที่ยวบินในประเทศของ ANA เราสามารถเลือกเครื่องดื่มร้อนและเย็นได้หลากหลายประเภท ผมชอบนิตยสารและแผ่นพับที่วางไว้ในกระเป๋าหน้าที่นั่ง แม้ว่าจะเป็นเที่ยวบินระยะสั้น เราก็สามารถตรวจสอบกำหนดการของเราสำหรับจุดหมายต่อไปได้

  • Noémie Seguin

    สายการบิน ANA ของญี่ปุ่นมีแพ็คเกจท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อตั๋วระหว่างปารีสและโตเกียวคุณจะสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางภายในประเทศได้ในราคาพิเศษเพียง 87 ยูโรต่อเที่ยว ข้อดีของแพ็คเกจนี้ก็คือคุณจะได้น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม (น่าจะเพียงพอสำหรับการซื้อของที่ระลึกและของขวัญได้ตามต้องการ) และพื้นที่วางขาบนเครื่องบินก็กว้างมากเมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ ตอนนี้ฉันจะเริ่มการเดินทางสามวันในจังหวัดซากะในคิวชูแล้ว!

สนามบินฟุกุโอกะ

ขึ้นสายชิคูฮิ (ดำเนินงานร่วมกัน) บนรถไฟใต้ดินเมืองฟุกุโอกะ และออกที่สถานีคาราสึ/90 นาที/1,170 เยน

เมืองคาราสึmore

เมืองคาราสึ

เมืองคาราสึนั้นเมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองปราสาทและเป็นท่าเรือถ่านหินที่ค่อนข้างวุ่นวาย โดยมีปราสาทคาราสึเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้

สถานที่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของทาคาโทริเมื่อในอดีต และธนาคารก่าของเมืองคาราสึนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมถ่านหินในเมืองนี้ นอกจากนี้ ยังสามารถเห็นขบวนรถแห่ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรที่เรียงตัวกันสำหรับเทศกาลคาราสึ คุนชิ ที่หอแสดงนิทรรศการฮิกิยามะ

ลักษณะที่เรียบง่ายของเครื่องดินเผาคาราสึยากินั้นเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายต่อหลายคน

  • Joanna Lemanska

    เรารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเก็นไคซึ่งทำให้เราประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ลึกลับมากจนแทบไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจะมีร้านอาหารตั้งอยู่ในสถานที่นั้น ประตูทางเข้าดูคล้ายกับโรงรถหรือเวิร์คช็อปขนาดเล็ก เมื่อเข้าไปในร้าน เราเดินผ่านแท็งก์น้ำที่มีสัตว์ทะเล เช่น ปลา และปลาหมึก และเมื่อเดินลึกเข้าไปอีก เราก็มาถึงบริเวณที่นั่งของร้านอาหาร ซึ่งบริเวณที่นั่งนี้สร้างความแปลกใจอย่างมากให้กับเราอีกครั้ง! เพราะว่าที่นี่เป็นห้องรับประทานอาหารส่วนตัวขนาดเล็กที่ปูเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่น มีโต๊ะเตี้ยๆ ถูกตกแต่งอย่างประณีต อาหารที่เราได้ลิ้มลองเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบกับบรรยากาศเรียบง่ายและหรูหรา มีทั้งซาชิมิและเท็มปุระที่ทำจากอาหารทะเลสดๆ ซึ่งอร่อยมาก

    ประภาคารชมวิวใต้ทะเลเก็นไคเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการชมสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล เพราะห้องชมวิวใต้น้ำนี้อยู่ลึกจากระดับน้ำทะเลประมาณ 7 เมตร เราจึงสามารถมองเห็นโลกใต้น้ำได้ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เราคิดว่าเราจะได้เห็นปลาเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น แต่กลับต้องประหลาดใจมากที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตมากมาย ปลาขนาดต่างๆ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ปลาดาว หลังจากที่เราออกจากประภาคารชมวิวแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปที่แหลมฮาโดะ เราเพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามของบริเวณปลายสุดของฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู

    เราใช้เวลาช่วงบ่ายที่คฤหาสน์เก่าแก่ซึ่งนักอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน โคเรโยชิ ทาคาโทริ เคยอาศัยอยู่ในสมัยเมจิ คฤหาสน์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองคาราสึ เป็นคฤหาสน์ที่น่าดึงดูดด้วยการออกแบบที่สง่างาม โดยมีการผสมผสานกันขององค์ประกอบการออกแบบตะวันตกและตะวันออก เมื่อเข้าไปใกล้อีก ผู้เข้าชมจะได้เห็นรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนและหรูหราในทุกส่วนของบ้าน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ภาพวาดจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใช้ในการตกแต่งประตูเป็นงานชิ้นเอกที่น่าทึ่งและเหลือเชื่อมาก ในภาพวาดเหล่านี้มีงานศิลปะแนวใหม่ที่เรียกกันว่าอาร์ตนูโวด้วย นอกจากนี้ยังมีโรงละคร โน อยู่ภายในบ้าน ซึ่งเป็นโรงละคร "โน" แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ภายในคฤหาสน์

  • Noémie Seguin

    เรามาถึงที่เมืองคารัตสึซึ่งหันหน้าไปทางเขื่อนเก็นไค ตอนที่เราเดินทางไปถึงนั้นเป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี เราจึงมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง ฉันได้ลองทานซาชิมิปลาดิบ (มันยังมีชีวิตอยู่) ที่ร้านอาหารเก็นไคมีแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ที่บรรจุปลาหมึกสดตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ถึงแม้ว่าจะมองไม่ชัดจากด้านนอกร้านก็ตาม ห้องเสื่อทาทามิที่สามารถมองเห็นวิวทะเลก็เหมาะสำหรับการเพลิดเพลินไปกับอาหารกลางวันที่เงียบสงบร่วมกับเพื่อนและครอบครัว ไม่น่าเชื่อเลยว่าปลาหมึกจะละลายในปากของฉันได้!

    หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเราไปเดินเล่นกันต่อที่แหลมฮาโดะ บรรยากาศที่แหลมฮาโดะคล้ายกับที่แหลมบริตทานี ประติมากรรมรูปหัวใจขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของอ่าวทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รักที่มาเยือน และที่นี่เป็นที่ตั้งของประภาคารชมวิวใต้ทะเลเก็นไค เราข้ามสะพานขนาดใหญ่เพื่อเข้าสู่หอคอยและลงบันไดแคบๆ ก่อนที่จะถึงห้องที่เราสามารถมองดูโลกใต้น้ำได้ มีปลามากมายในช่วงฤดูหนาวซึ่งน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง!

    โดยส่วนตัวแล้ว เมืองคารัตสึเป็นหนึ่งในที่โปรดของฉันในการเดินทางครั้งนี้ บ้านพักเก่าของทาคาโทริซึ่งราชาแห่งการทำเหมือง โคเรโยชิ ทาคาโทริ เคยอาศัยอยู่นี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1905 และได้รับการรับรองให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นในปัจจุบัน เราได้เดินทัวร์ภายในคฤหาสน์ทุกซอกทุกมุม ซึ่งกินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง เราให้ความสนใจอย่างมากในทุกส่วนของรายละเอียดในแต่ละห้อง และเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพเขียนและสวนแบบญี่ปุ่น เอกลักษณ์เฉพาะของบ้านนี้ก็คือโรงละคร โน ที่อยู่ด้านใน ในขณะที่คฤหาสน์ทั้งหลังถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบ มีบริการไกด์นำเที่ยวที่พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ดังนั้นฉันจึงอยากแนะนำให้ไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้

เมืองคาราสึ

วันที่สาม

เมืองคาราสึ

JR สายคาราสึ ไปยัง JR สายชิคูฮิ
สถานีคาราสึไปยัง สถานีอิมาริ / 50 นาที

รถบัสมอเตอร์ไซฮิ
15 นาที จากสถานีอิมาริถึงโอกาวาชิยามะ

โอกาวาชิยามะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

โอกาวาชิยามะ

โอกาวาชิยามะที่ตั้งอยู่ในเมืองอิมาริเคยอยู่ใต้การปกครองของตระกูลนาเบชิมะ และบนภูเขาแห่งนี้เองที่เป็นที่ตั้งของเตาเผา (ฮันโย) ที่เป็นต้นกำเนิดผลงานเครื่องพอร์ซเลนชั้นเยี่ยมอย่าง อิโระนาเบชิมะ นาเบชิมะโซเม็ตสึเกะ และนาเบชิมะเซลาดอนพอร์ซเลน หมู่บ้านแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาทั้ง 3 ด้านและล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์ตระการตาราวภาพวาด สมกับฉายาว่า "หมู่บ้านแห่งเตาเผาลึกลับ" ภายในโอกาวาชิยามะเป็นที่ตั้งของอุทยานนาเบชิมะฮันโย ซึ่งเป็นที่ที่ความลับของพอร์ซเลนซึ่งได้รับการปกปักรักษาเอาไว้ เตาเผาต่างๆ เช่น เตาเผาหินสุตรา (โอเคียวอิชิคามะ) และเตาเผาคิโยฮาระ รวมถึงบ้านของช่างทำเครื่องปั้นดินเผา กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

  • Joanna Lemanska

    ผู้ที่มาเที่ยวจังหวัดซากะต้องไม่พลาดการเดินทางมาที่หมู่บ้านโอคาวาชิยามะในเมืองอิมาริ บริเวณพื้นที่ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งนี้ล้อมรอบด้วยไปเทือกเขาเขียวขจีและดึงดูดผู้มาเยือนให้อยากเดินชมรอบๆ เพื่อค้นพบความลับทั้งหมดของที่แห่งนี้ หมู่บ้านโอคาวาชิยามะเคยปกครองโดยตระกูลนาเบะชิมะที่เรืองอำนาจในอดีต เป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตเครื่องลายครามที่จะนำไปมอบให้ท่านโชกุน พื้นที่บริเวณนี้ถูกแยกตัวออกมาและได้รับการคุ้มครองจากโลกภายนอกมานานหลายศตวรรษเพื่อปกป้องความลับที่อยู่เบื้องหลังงานศิลปะเซรามิก คุณจะสามารถพบเห็นงานเซรามิกประดับตกแต่งอยู่ทั่วบริเวณแม้กระทั่งบนสะพาน

    มีเวิร์คช็อปเซรามิกและร้านค้าเซรามิกมากมายในหมู่บ้านโอคาวาชิยามะ และในบรรดาร้านค้าเหล่านี้ เราได้เข้าไปชมเวิร์คช็อปที่ยังคงผลิตงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า เครื่องเคลือบนาเบะชิมะ การได้ชมการทำงานของช่างฝีมือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ พวกเขาสร้างผลงานในรูปแบบใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณของนาเบะชิมะเอาไว้ การได้ดื่มด่ำกับความงดงามของอดีตเป็นสิ่งที่ทำให้เราเพลิดเพลินมาก

  • Noémie Seguin

    โอคาวาชิยามะเป็นหมู่บ้านแห่งเซรามิกอันเปี่ยมเสน่ห์ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขา ในศตวรรษที่ 17 เครื่องเซรามิกนาเบะชิมะถูกผลิตขึ้นที่นี่โดยเป็นความลับเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้โชกุนหรือพวกขุนนางไดเมียวในภูมิภาคนั้น ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำหรับคนรักเครื่องปั้นดินเผา

    หมู่บ้านแห่งนี้เชี่ยวชาญด้านการทำเซรามิก ช่างฝีมือตั้งโรงงานของพวกเขาเองเพื่อจัดแสดงผลงาน ฉันได้ไปที่ฮาตะมัน โทเอ็น และมีโอกาสได้ชมช่างฝีมือลงสีเซรามิกด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีร้านขายเครื่องปั้นดินเผาที่สวยงามมากมายบนถนนสายหลัก จึงเป็นโอกาสที่จะหางานศิลปะที่ยอดเยี่ยมสักชิ้น!

สำหรับ MR อาริตะ / 30 นาที

เมืองอาริตะmore

 เมืองอาริตะ


ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ได้มีการค้นพบหินพอตเตอรีในอาริตะ และจากนั้นพอร์ซเลนหรือเครื่องกระเบื้องก็ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น นับตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดภูมิทัศน์เมืองที่เรียกว่า "อาริตะเซ็นเก็น" หรือ “ บ้านพันหลังของอาริตะ” และบริเวณพื้นที่ดังกล่าวก็มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ภูมิทัศน์เมืองนี้ได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณโดยรัฐบาลญี่ปุ่น
ที่ศาลเจ้าสุเอยามะ คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเมืองที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์
ทั้งเครื่องดินเผาและประตูโทริอิที่ทำจากพอร์ซเลน รวมถึงสุนัขผู้พิทักษ์ก็ทำจากพอร์ซเลนด้วยเช่นกัน

  • Joanna Lemanska

    อาริตะดูแตกต่างจากหมู่บ้านโอคาวาชิยามะมาก เมืองเล็กๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้มีทั้งสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมตะวันตกที่แปลกใหม่ หากคุณได้ไปที่อาริตะ อย่าลืมไปสำรวจตรอกด้านหลัง คุณจะพบกับรั้วอันน่าสนใจที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ดูมีเสน่ห์ ผนังประหลาดนี้เรียกว่า ทงบาอิ ทำมาจากอิฐทนไฟที่ใช้ในเตาเผาผสมผสานกับชิ้นส่วนเซรามิก นอกจากนี้ ถ้าคุณมาที่อาริตะแล้วต้องไม่พลาดที่จะแวะไปที่ศาลเจ้าสุเอยามะ เพราะว่าโทริอิ (ประตูที่นำไปสู่ทางเข้าศาล) ของที่นี่ทำจากเครื่องลายครามสีขาวตกแต่งด้วยภาพใบไม้สีฟ้าอ่อน นอกจากนี้ยังมีสุนัขผู้ดูแลสระน้ำและโคมไฟที่ทำจากเซรามิกด้วย

  • Noémie Seguin

    เมืองอาริตะเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเคลือบอิมาริซึ่งมีชื่อเสียงด้านลวดลายทองที่หรูหรา หลังจากที่ฉันเดินไปที่อุจิยามะซึ่งเป็นกำแพงที่สร้างจากอิฐที่ใช้ในเตาเผาแบบเก่า เราก็ขึ้นบันไดไปที่ศาลเจ้าสุเอยามะ ศาลเจ้าแห่งนี้มีเอกลักษณ์อยู่ที่การตกแต่งด้วยเซรามิกทั้งหมด แม้กระทั่งโทริอิ (ประตูที่นำไปสู่ทางเข้าศาล) ก็ยังทำจากพอร์ซเลนหรือเซรามิกเนื้อขาว และอย่าลืมแวะไปที่อาริตะ พอร์ซเลน แล็บ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านงานร่วมสมัยและหรูหรา

JR สายซาเซโบ
20 นาที จากสถานีอาริตะ ถึงสถานีทาเคโอะ-ออนเซน

เมืองทาเคโอะ

น้ำพุร้อนทาเคโอะmore

น้ำพุร้อนทาเคโอะ

มีการกล่าวกันว่าบ่อน้ำพุร้อนทาเคโอะนั้นมีต้นกำเนิดเมื่อ 1,600 ปีที่แล้วโดยจักรพรรดินีจิงงุ ในระหว่างการเดินทางกลับมาจากเกาหลี โดยพระองค์ได้ใช้หอกกระแทกลงที่พื้นดินและเกิดมีน้ำพุร้อนไหลออกมา ประตูเวอร์มิลเลียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำพุร้อนแห่งนี้นั้นทำให้หวนระลึกถึงปราสาทริวกุ ประตูถูกสร้างขึ้นโดยทัตสึโนะ คิงโงะ แห่งจังหวัดซากะ ผู้ที่ออกแบบอิฐแดงในสถานีโตเกียว น้ำพุร้อนนั้นมีค่าเป็นด่างและไม่มีสี และให้ความรู้สึกนุ่มนวลที่ว่ากันว่าสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเมื่อยล้าได้ เหล่าผู้มีชื่อเสียงมากมายทางได้เดินมายังบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ เช่น ตระกูลซากะ, มิยาโมโต มูซาชิ, ฟิลิปป์ ฟรันซ์ วอน ซีโบลด์ และคนอื่นๆ อีกมากมาย

  • Joanna Lemanska

    ทาเคโอะออนเซ็นเป็นสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งซึ่งสร้างมานานกว่าศตวรรษแล้ว บางส่วนของที่นี่ยังคงถูกใช้เป็นห้องอาบน้ำ ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของอาคารได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงห้องอาบน้ำกระเบื้องโมเสกโดยปูพื้นส่วนที่เหลือด้วยเสื่อทาทามิ ประตูที่มีลักษณะแปลกตาตรงทางเข้าบ่อน้ำพุร้อนคือสิ่งที่คุณห้ามพลาดชม ประตูสองชั้นนี้ออกแบบโดยทัตสึโนะ คินโกะ สถาปนิกชื่อดังที่สร้างสถานีโตเกียวในปี 1915 ระหว่างการก่อสร้างประตู ทัตสึโนะได้นำสิ่งพิเศษมาติดที่ประตูนี้เพียงเพื่อความสนุกสนาน สิ่งนั้นก็คือสี่ในสิบสองสัญลักษณ์ประจำราศีตามปฏิทินจีน เมื่อรวมกับอีกแปดสัญลักษณ์ที่อยู่ที่สถานีโตเกียวก็จะครบสิบสองพอดี

    เราเดินทางต่อไปที่ศาลเจ้าทาเคโอะที่เงียบสงบแต่น่าดึงดูดใจ เมื่อเดินผ่านป่าไผ่ที่อยู่ด้านหลังศาลเจ้า เราจะเห็นหนึ่งในต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก ต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่นี้มีอายุประมาณ 3,000 ปี ซึ่งจะทำให้คุณนึกถึงบ้านต้นไม้ที่ปรากฏในอนิเมะญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง จากนั้นเราก็เดินชมรอบสวนมิฟุเนะยามะที่อยู่บริเวณศาลเจ้าทาเคโอะ สวนแห่งนี้มีฉากหลังเป็นภูเขามิฟุเนะยามะที่จะกลายเป็นสีแดงเมื่อพระอาทิตย์ตกดินราวกับว่าจะคงอยู่ที่นั่นตลอดไป เป็นภาพที่สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

    การได้ลองพักในเรียวกังญี่ปุ่น (โรงแรม) พร้อมทานอาหารมื้อเย็นและแช่น้ำพุร้อนเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อาหารท้องถิ่นถูกนำมาเสิร์ฟให้เราอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ เป็นอาหารมื้อเย็นที่หรูหราและอร่อยมาก หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว เราก็ได้ใส่ชุดยูกาตะ (เสื้อคลุมอาบน้ำแบบดั้งเดิม) ที่วางอยู่ในห้องนอนของเรา และมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุร้อนในอาคารของโรงแรม การอาบน้ำในบ่อน้ำพุร้อนคุณภาพเยี่ยมเป็นเรื่องสนุกสนานอย่างแท้จริง ซึ่งในโรงแรมนี้มีทั้งห้องอาบน้ำในร่มและอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับเรา และเมื่อกลับมาที่ห้องพัก เราก็พบกับความประหลาดใจและรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นว่าที่นอนได้ถูกเตรียมไว้แล้ว พร้อมกับชาที่วางอยู่บนโต๊ะ

  • Noémie Seguin

    นี่คือสัญลักษณ์ของทาเคโอะออนเซ็น ประตูทางเข้าหอคอยที่น่าประทับใจนี้ได้รับการออกแบบโดยคินโกะ ทัตสึโนะ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงในการออกแบบสถานีโตเกียว (เปิดเมื่อปี 1914) สัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของสี่ในสิบสองราศีถูกซ่อนไว้ในประตูนี้ และคุณจะสามารถพบอีกแปดราศีได้ที่สถานีโตเกียว ลองไปเที่ยวชมและมองหากันดูนะ!

    มีไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมายที่ทาเคโอะออนเซ็น เช่น พิพิธภัณฑ์ออนเซ็น สวนขนาดใหญ่ และความงามของสวนมิฟุเนะยามะราคุเอ็นกับต้นมะลิในเดือนพฤษภาคมและใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วง ฉันแนะนำให้ใช้เวลาพักดื่มน้ำชาที่โรงน้ำชาในสวนแห่งนี้ ขนมเค้กข้าวรสหวานที่ทำเป็นลูกกลมๆ แล้วนำมาเสียบไม้อร่อยมากจริงๆ ศาลเจ้าทาเคโอะและต้นไม้อายุ 3,000 ปีเป็นสิ่งที่คุณต้องห้ามพลาดชม

    เราเข้าพักในเรียวกังแบบญี่ปุ่น (โรงแรม) ที่ซึ่งคุณสามารถสัมผัสกับความสุขจากการแช่บ่อน้ำพุร้อนได้อย่างเต็มที่ ฉันได้ผ่อนคลายในบ่อน้ำพุร้อนก่อนเพลิดเพลินกับอาหารเย็นที่ยอดเยี่ยม น้ำพุร้อนมีแร่ธาตุหลากหลายชนิดทำให้ผิวอ่อนโยนและนุ่มนวล และที่ฉันชอบเป็นพิเศษก็คือห้องอาบน้ำกลางแจ้งที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม

วันที่สี่

น้ำพุร้อนทาเคโอะ

25 นาที จากสถานีทาเคโอะออนเซน
ไปยัง JR สถานีซากะ ค่าโดยสาร

  • Joanna Lemanska

    ในเช้าวันรุ่งขึ้น ผมได้ลองอะไรบางอย่างที่รอคอยมาเป็นเวลานาน - การใส่ชุดกิโมโนญี่ปุ่นไปที่ศาลเจ้ายูโตกุอินารินั่นเอง! ผมเลือกชุดกิโมโนที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณด้านล่างของศาลเจ้ายูโตกุอินาริ พนักงานที่ร้านช่วยผมใส่ชุดด้วย ใช้เวลาค่อนข้างนานในการใส่กิโมโน แต่ก็เป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่มีอะไรเทียบได้เลย
    เมื่อผมพร้อมแล้วจึงมุ่งหน้าไปที่ศาลเจ้ายูโตกุอินาริซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ขณะกำลังเดินไปรอบๆ สถานที่ที่น่าประทับใจนี้ ผมได้มีโอกาสได้ถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยมมากมาย จังหวัดซากะทำให้ผมรู้สึกเพลิดเพลินมากแม้กระทั่งในวันสุดท้าย

    เราไปเดินเล่นในเมืองยานากิมาจิซึ่งอยู่ในตัวเมืองซากะ บริเวณนั้นสะดวกสบายมาก การได้เห็นร้านค้าจัดแสดงสินค้าที่น่าประทับใจมากมายจากช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นช่วยยืนยันเสน่ห์อันน่าดึงดูดของเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสิ่งทอซากะนิชิกิที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจในความงดงามอีกด้วย

  • Noémie Seguin

    มันยอดเยี่ยมใช่มั้ยล่ะเมื่อคิดว่าคุณจะได้ใส่ชุดกิโมโนไปเดินเที่ยวชมศาลเจ้าที่สวยงาม? กิโมโนมีราคาแพงมากและสวมใส่ยาก แต่ที่ซากุรุมีให้เช่าพร้อมอุปกรณ์เสริม เช่น ถุงเท้า และกระเป๋าสตางค์ ราคาเพียง 5,400 เยนต่อวัน คุณสามารถเลือกชุดกิโมโนที่คุณชื่นชอบและเจ้าของร้านจะช่วยแต่งตัวให้คุณตั้งแต่หัวจรดเท้า การเดินไปรอบๆ ในชุดกิโมโนทำให้ฉันรู้สึกสง่างามมาก และฉันยังได้มีโอกาสได้ถ่ายรูปที่งดงามอีกมากมายที่ศาลเจ้ายูโตกุอินาริอันสง่างามด้วย นี่จึงเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดเลย!
    *ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อใช้

    ฉันชอบการเดินเล่นบริเวณยานากิมาจิซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของซากะ มีร้านค้าที่สวยงามมากมายในย่านนี้ ฉันแนะนำให้ไปชมที่พักเก่าของตระกูลฮิซาโตมิ นอกจากนี้ ช่างฝีมือยังมีการจัดเวิร์คช็อปหลายแห่งที่ให้ผู้มาเที่ยวชมได้พบกับพวกเขาโดยตรงและติดตามผลงานของพวกเขาได้อย่างใกล้ชิด ฉันจบการเดินทางครั้งนี้อย่างสวยงามด้วยการเข้าร่วมเรียนหลักสูตรการชงชา ซึ่งฉันเพลิดเพลินมากกับการวิธีการชงชาเซ็นฉะ (ชาเขียว) และขนมหวานญี่ปุ่นแสนอร่อย

35 นาที โดยรถบัสลีมูซีนจากป้ายรถบัสสถานีซากะไปยังสนามบินซากะ

สนามบินนานาชาติคิวชู-ซากะmore

สนามบินนานาชาติคิวชู-ซากะ

เพลิดเพลินกับการชมร้านค้าต่างๆ ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของซากะ หรือลิ้มลองรสชาติอาหารซากะที่ร้านอาหาร Camphor ซึ่งมีข้าวซิซิเลียนและไก่อาริตะให้บริการ

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Joanna Lemanska

    การเดินทางไปโตเกียวและซากะเต็มไปด้วยความประหลาดใจและเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ผมขอแนะนำเส้นทางนี้สำหรับผู้ที่รักวัฒนธรรมญี่ปุ่น งานฝีมือญี่ปุ่น และอาหารญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสิ่งใดเทียบได้ในโลก และสำหรับผม อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ - ผมจะกลับมาอีกแน่นอน!

  • Noémie Seguin

    ถ้าคุณกำลังเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ฉันแนะนำให้ใช้เวลาสักสองสามวันในคิวชู
    ถ้าคุณรักเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นแบบฉันแล้วล่ะก็ จังหวัดซากะจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการไปเยี่ยมเยือน
    ภูมิภาคนี้ถูกล้อมรอบด้วยทะเลและภูเขาพร้อมกับวัฒนธรรมอันหลากหลายซึ่งจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน
    นอกจากนี้ ฉันยังได้ลองอาหารชนิดต่างๆ ซึ่งอร่อยมาก จนคิดว่าฉันคงไม่มีวันลืมรสชาติของปลาหมึกสดได้เลย

เสียงจากนักท่องเที่ยว

มาเริ่มต้นการเดินทางที่จะนำไปสู่การค้นพบและความน่าอัศจรรย์ในผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นกัน
ในการเดินทางครั้งนี้ เราได้ไปเที่ยวชมกรุงโตเกียวที่คึกคัก รวมถึงจังหวัดซากะที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเงียบสงบ

Joanna Lemanska
ช่างภาพ
ที่อยู่อาศัย:ปารีส ฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    การถ่ายภาพ การท่องเที่ยว ภาษา สกี

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    เคยมาแล้ว 1 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ฉันใช้เวลาสามวันในจังหวัดซากะที่เกาะคิวชู การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันได้พบกับความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอย่างเช่นศิลปะเซรามิก ฉันได้เดินทางไปยังพื้นที่ที่สวยที่สุดที่เคยไปในชีวิต ได้ชมการทำงานของช่างฝีมือเซรามิก และเที่ยวชมบ้านแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

Noémie Seguin
นักข่าวและช่างภาพ
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ปารีส ฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    ถ่ายภาพ กิโมโน วัฒนธรรมญี่ปุ่น ศิลปะญี่ปุ่น ช้อปปิ้ง

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    1.5 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © KYUSHU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.