We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
NAGASAKI
  • TOKYO
  • NAGASAKI

HISTORIC BEAUTY OF ARTS AND BUILDINGS

หลังจากชื่นชมงานศิลปะและอาคารสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติในสวนอุเอโนะที่โตเกียวแล้ว แวะไปโออุระ เทนชูโดะ โบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาซากิ ซึ่งถือเป็นโบสถ์คริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นอาคารตะวันตกแห่งแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นสมบัติประจำชาติ ความงามทางประวัติศาสตร์ของศิลปะและอาคารจะสร้างความอิ่มเอมใจอย่างเต็มที่ให้กับการเดินทางครั้งนี้

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://www.discover-nagasaki.com/en

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : November 2017 Adeline Gressin
    บรรณาธิการ
    ที่อยู่อาศัย:ปารีส ฝรั่งเศส
  • Traveled : November 2017 Adeline Le Mette
    หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาภาพวาดสีน้ำมัน
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ฝรั่งเศส

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

ANA216 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Adeline Gressin

    ฉันนั่งเครื่องดรีมไลเนอร์ของสายการบิน ANA จากสนามบินชาร์ล เดอ โกลที่ปารีสมายังโตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) พนักงานต้อนรับบนเครื่องมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอและให้บริการด้วยความใส่ใจอย่างมาก ฉันได้เลือกว่าจะทานอาหารแบบญี่ปุ่นหรือแบบตะวันตกทั้งในมื้อเช้าและมื้อค่ำระหว่างที่อยู่บนเครื่อง บนเครื่องยังมีความบันเทิงให้เลือกหลากหลายทั้งจากยุโรป อเมริกา และเอเชีย ดังนั้น การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลา 12 ชั่วโมงจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

เมอิจิจิงงูmore

เมอิจิจิงงู
เป็นศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศให้ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระจักรพรรดิเมอิจิและสมเด็จพระจักรพรรดินีโชเก็ง ป่าของศาลเจ้าที่แผ่กว้างอยู่กลางเมืองนี้
เป็นป่าที่ถูกปลูกขึ้นเมื่อตอนที่สร้างศาลเจ้าโดยได้รับบริจาคต้นไม้กว่าหนึ่งแสนต้นจากทั่วประเทศที่นี่เป็นศาลเจ้าที่ผู้คนนิยมเดินทางมาเคารพเป็นศาลเจ้าแรกในวันขึ้นปีใหม่มากที่สุดในญี่ปุ่น
  • Adeline Gressin

    เมจิจิงกู (หรือศาลเจ้าเมจิ) สร้างขึ้นในปี 1920 และสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเคน บรรยากาศที่สงบและเงียบของที่นี่แตกต่างจากความเร่งรีบและวุ่นวายของเมืองอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ฉันไปนั้น บังเอิญว่ามีการจัดพิธีแต่งงานที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ฉันจึงมีโอกาสได้เห็นเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในชุดญี่ปุ่นโบราณ ถ้าคุณได้มาที่โตเกียว ก็อย่าลืมแวะมาที่เมจิจิงกู ซึ่งในปี 2020 จะครบรอบศตวรรษในการก่อสร้างศาลเจ้าเพื่อสักการะจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งนี้

    โซบะ โนมุระ คือ ร้านโซบะที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าถนนทาเคชิตะโดริ ในร้านมีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะและแบบเคาน์เตอร์ มีเมนูให้เลือกหลากหลายและยังมีโซบะที่เสิร์ฟคู่กับเทมปุระด้วย อาหารอร่อยและให้มาในปริมาณที่พอดี อีกทั้งยังเสิร์ฟมาในถ้วยชามที่สวยงาม ถึงแม้ว่าร้านนี้จะอยู่ไม่ไกลจากถนนทาเคชิตะโดริที่สดใสและครึกครื้น แต่ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่สงบซึ่งคุณสามารถหายใจได้โดยไม่อึดอัด

  • Adeline Le Mette

    เมจิจิงกู (ศาลเจ้าเมจิ) เป็นสถานที่ที่สวยงามและเก่าแก่ นักบวชนิกายชินโตซึ่งทำงานอยู่ที่นี่เป็นผู้พาเราชมรอบๆ ทำให้เราเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ของศาลเจ้าแห่งนี้ ศาสนาในประเทศญี่ปุ่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีกรรมที่ประกอบในศาลเจ้าแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง ที่เมจิจิงกู เรามักจะได้เห็นครอบครัวที่แต่งชุดกิโมโนและเจ้าสาวในชุดเจ้าสาวแบบญี่ปุ่นที่สวยงาม

    บะหมี่ที่โซบะ โนมุระมีรสชาติที่ละมุนและละเมียดมาก เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าแป้งบัควีตถูกนำมาใช้ในแบบที่แตกต่างไปจากในอาหารฝรั่งเศสอย่างไรและนี่เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับฉัน ขอแนะนำให้สั่งโซบะแบบชุดที่มาพร้อมกับข้าวหน้าเทมปุระปลาไหล

สายJRยะมะโนะเตะ
สถานีโยโยงิ →สถานีอุเอโนะ
ประมาณ 40 นาที

หอศิลป์ตะวันตกแห่งชาติmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

หอศิลป์ตะวันตกแห่งชาติ
เป็นหอศิลป์ที่แสดงผลงานของตะวันตกโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะอุเอโนะ เขตไทโต โตเกียว ภายในอาคารหลักประกอบด้วยผลงานทางสถาปัตยกรรมของ เลอกอร์บูซีเย ที่อุทิศให้แก่การรณรงค์ทางสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ซึ่งได้รับการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในวันที่ 17 กรกฎาคม 2016
  • Adeline Gressin

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (National Museum of Western Art) ตั้งอยู่ที่ใจกลางของสวนอุเอโนะที่โตเกียว อาคารของพิพิธภัณฑ์คือหนึ่งใน 17 อาคารที่เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Le Corbusier และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ชุดผลงานที่จัดแสดงแบบถาวรในพิพิธภัณฑ์มาจากหลากหลายยุคและมีหลากหลายรูปแบบ โดยเน้นไปที่ผลงานศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสต์ แน่นอนว่าที่นี่มีผลงานของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสและยุโรปด้วย อาทิเช่น Monet, Degas, Gauguin, Picasso และ Rodin แม้ว่าจะตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองที่คึกคัก แต่ที่นี่ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเวลาได้หยุดลง

    สวนอุเอโนะตั้งอยู่ในย่านที่คึกคัก แต่ที่นี่ก็เหมาะกับการพักผ่อนให้คุณได้พักหายใจสบายๆ ในบริเวณสวนมีสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์ (พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียวและพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ) และสวนสัตว์ รวมถึงศาลเจ้าและวัด ดังนั้น เราจึงสามารถใช้เวลาทั้งวันที่นี่ได้สบายๆ สวนแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน ย่านอุเอโนะและยานากะมีแหล่งความสนุกหลากหลายรูปแบบสำหรับนักท่องเที่ยว

  • Adeline Le Mette

    ด้วยความที่เป็นคนหลงใหลในศิลปะและภาพวาด ฉันจึงตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ฉันมีความสุขและมั่นใจว่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแน่ๆ และฉันก็เชื่อว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นและมีเวลาสนุกกับโตเกียวไม่มากมาเยี่ยมชม ตัวพิพิธภัณฑ์เองซึ่งออกแบบโดย Le Corbusier ก็แตกต่างกับอาคารอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบแบบชวนให้ตะลึง

    สวนอุเอโนะ คือสวนที่สวยงามเหมาะกับการท่องเที่ยว แม้ยามค่ำคืน สวนแห่งนี้ก็ยังคงสวยงามด้วยต้นไม้ที่ส่องประกายจากแสงไฟส่องสว่าง แน่นอนว่าที่นี่จะยิ่งงดงามมากขึ้นไปอีกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน

ประมาณ10นาที

อุเอะโนะ อะเมะโยะโกะ โชเต็งไกmore

อุเอะโนะ อะเมะโยะโกะ โชเต็งไก
เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชีวิตชีวามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีสินค้าทุกอย่างครบครันตั้งแต่อาหารสดและขนมที่เดิมมีอยู่แล้ว ไปจนถึงเสื้อผ้า , รองเท้า , กระเป๋า , เครื่องสำอาง เป็นต้น แต่ละร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากจิตใจของความเป็นมนุษย์ มีการสนับสนุนให้มีการขายของโดยการพูดคุยแนะนำสินค้าแก่ลูกค้าอย่างเหนียวแน่น มักคึกคักไปด้วยผู้ขายที่ออกมาเรียกลูกค้าที่สนใจ มีชื่อเสียงด้านปลาและปู นอกจากร้านขายของชำแล้ว ก็ยังมีร้านค้ามากมายนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นร้านขายรองเท้า เสื้อผ้า หรือแม้แต่ของกระจุกกระจิกจากต่างประเทศ
  • Adeline Gressin

    อาเมะโยโกะเริ่มต้นขึ้นด้วยการเป็นตลาดมืดในยุคหลังสงคราม ที่นี่เป็นย่านการค้าที่อยู่มานาน ทุกวันนี้ ตลาดแห่งนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นถนนที่เป็นที่นิยมและมีชีวิตชีวาในย่านอุเอโนะ ด้วยความที่ตลาดอาเมะโยโกะตั้งอยู่ใต้เส้นทางรถไฟยกระดับสาย JR ฉันจึงรู้สึกเหมือนกับว่าที่นี่อยู่คู่กับเสียงและท่วงทำนองของรถไฟที่แล่นผ่านไป คนที่มาที่นี่สามารถหาซื้อเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคม อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ ได้ และที่นี่ยังมีร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทานอีกด้วย ตลาดแห่งนี้ควรจะถูกบรรยายว่าเป็น โตเกียวที่มีชีวิตชีวา มากกว่า "โตเกียวที่เก๋ไก๋"

    ร้านโยชิ ซูชิ สาขาอุเอโนะ มีที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ที่คุณสามารถนั่งดูเชฟซูชิทำงานได้และฉันก็เลือกทานซูชิตรงนี้ ที่อีกฝั่งหนึ่งของเคาน์เตอร์ เชฟซูชิสามคนทำอาหารให้เราทานได้อย่างไม่ขาดตอนถึงแม้จะต้องเตรียมอาหารให้กับลูกค้าคนอื่นด้วยก็ตาม เต้าหู้นุ่มๆ ซาชิมิที่ละลายในปาก และยังมีซูชิรสชาติอร่อยอื่นๆ ให้เลือกทานอย่างหลากหลาย บรรยากาศในร้านก็เป็นกันเองและเชฟซูชิทุกคนก็ใจดีมาก โดยตอบข้อสงสัยและตอบสนองต่อความสนใจทุกอย่างของเรา นี่คือร้านที่คุณต้องไปเมื่อมาโตเกียว!

  • Adeline Le Mette

    อาเมะโยโกะ คือ ย่านที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวและแตกต่างจากที่อื่นๆ ที่นี่มีร้านค้าเล็กๆ มากมาย มีร้านอาหารที่ไม่เป็นไปตามแบบแผน และยังมีร้านขายของที่ระลึกด้วย

    ร้านโยชิ ซูชิ สาขาอุเอโนะ คือตัวเลือกร้านอาหารที่ถือว่าไม่ควรพลาดถ้าคุณรักอาหารญี่ปุ่น พนักงานที่นี่เป็นมิตรและนิสัยดีมาก พวกเขายังแนะนำให้เราดื่มไวน์ข้าว (สาเกญี่ปุ่น) คู่กับซาชิมิด้วย

ซัททอนเพลซโฮเทลอุเอโนะ

วันที่สอง

KYUSHU(NAGASAKI)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Adeline Gressin

    การบริการของพนักงานต้อนรับบนเครื่องของเที่ยวบินภายในประเทศของสายการบิน ANA ยอดเยี่ยมไม่แพ้เที่ยวบินระหว่างประเทศเลย ที่สนามบิน กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ (ทั้งเช็คอิน การตรวจสอบความปลอดภัย และอื่นๆ) การขึ้นเครื่องก็เร็วเหมือนกัน และยังได้รับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องด้วย

  • Adeline Le Mette

    เที่ยวบินถึงที่หมายตรงเวลาและวิธีการเช็กอินและขึ้นเครื่องก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว พนักงานต้อนรับบนเครื่องต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นสมกับเป็นเอกลักษณ์ของสายการบิน ANA เป็นบริษัทที่มั่นคงและไว้วางใจได้ เต็มไปด้วยพนักงานที่ใส่ใจและเป็นมิตร ที่นั่งบนเครื่องกว้างขวางและนั่งสบาย นับว่าเป็นการเดินทางโดยเครื่องบินที่ราบรื่นทีเดียว

สนามบินนางาซากิmore

สนามบินนางาซากิ
สนามบินนางาซากินั้นเป็นสนามบินนานาชาติซึ่งมีเที่ยวบินต่างประเทศไปยังเซี่ยงไฮ้และโซล
สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินแห่งแรกในโลกที่สร้างบนมหาสมุทรโดยการถมทะเล
แผนกข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ชั้นแรกนั้นมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับจังหวัดนางาซากิให้บริการ

รถบัสทางหลวง
สนามบินนางาซากิ→นางาซากิ ชินชิ
ประมาณ 35 นาที

รถแท็กซี่
นางาซากิชินชิ→โบสถ์โออูร่า
ประมาณ 35 นาที

เดินประมาณ 5 นาที

เรือท่องเที่ยวกุนคันจิมะท่าเรือโทคิวะ, ท่าเรือนางาซากิ↓เกาะฮาชิมะใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 150 นาที(ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัททัวร์)

เกาะฮาชิมะ (เกาะกุงกัน เกาะเรือรบ)more

เกาะฮาชิมะ (เกาะกุงกัน เกาะเรือรบ)
ครั้งหนึ่ง เกาะแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเหมืองถ่านหินใต้ทะเล เกาะนี้เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อว่าเกาะกุงกันจิมะ(เกาะเรือรบ) เพราะภาพของกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่สูงใหญ่ของเกาะนั้นดูคล้ายกับเรือรบ
ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดของการทำเหมืองแร่เมื่อ ค.ศ. 1960 มีประชากรประมาณ 5,300 คนอาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ถ่านหินจากเหมืองแร่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาญี่ปุ่นให้มีความทันสมัย แต่เหมืองแร่ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1974 หลังจากที่ญี่ปุ่นได้เปลี่ยนไปใช้ปิโตรเลียมเป็นพลังงานหลัก ปัจจุบันเกาะแห่งนี้ไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่แล้ว
ในปี ค.ศ. 2015 เกาะแห่งนี้ได้ถูกจารึกลงในรายชื่อมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยเมจิ ได้แก่อุตสาหกรรมเหล็ก เหล็กกล้า การต่อเรือและเหมืองถ่านหิน อีกทั้ง เกาะแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Skyfall อีกด้วย
  • Adeline Gressin

    ฮาชิมะ คือหนึ่งในแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ในฐานะอนุสรณ์สถานที่ยังคงเหลืออยู่จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในสมัยเมจิ ทัวร์เกาะฮาชิมะจะเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือนางาซากิและไปในหลากหลายเส้นทาง ฮาชิมะเคยเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในญี่ปุ่น แต่กลับกลายเป็นเกาะร้างอย่างรวดเร็วหลังจากการปิดเหมืองถ่านหินในทศวรรษที่ 1970 ที่พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลกุนคันจิมะ (Gunkanjima Digital Museum) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ นักท่องเที่ยวสามารถชมเอกสารต่างๆ อย่างเช่น บันทึกและภาพถ่าย รวมถึงแผนที่ที่ฉายอยู่บนจอ และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการที่ผู้คนในสมัยนั้นอาศัยอยู่บนเกาะโดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ

  • Adeline Le Mette

    ฮาชิมะ (กุนคันจิมะ) เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์นี้ ตัวเกาะกลายเป็นซากปรักหักพังมาหลายปีแล้ว การท่องเที่ยวที่นี่ใช้เวลาไม่นาน และบางครั้งก็อาจจะถูกระงับโดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมากมายเข้าร่วมทัวร์ชมเกาะฮาชิมะนี้ หูฟังที่ถูกแจกจ่ายให้กับผู้มาเยือนอธิบายสิ่งต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ แต่หากต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ให้มากกว่านี้ ฉันขอแนะนำให้แวะไปที่พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลกุนคันจิมะ (Gunkanjima Digital Museum) นอกจากรูปจำลองของเกาะและวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวในอดีตแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังมีการจำลองการเดินบนเกาะ ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจประวัติศาสตร์ของฮาชิมะมากขึ้นด้วยวิธีการที่สนุกและเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ

รถไฟ
โออุระเท็นชูโดชิตะ→โออุระไคกันดอริ
ประมาณ 5 นาที

โบสถ์โออุระmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

โบสถ์โออุระ
โบสถ์โออุระเป็นโบสถ์ไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสนามว่า ฟิวเรต์ เป็นผู้ออกแบบโบสถ์แห่งนี้ และสังฆนายกชาวฝรั่งเศสนามว่า เปอติฌอง เป็นนักบวชคาทอลิกคนแรกของโบสถ์ การก่อสร้างนั้นอยู่ภายใต้ความดูแลของโคยามะ ฮิเดะโนชิน โบสถ์แห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปลายปี ค.ศ. 1864 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในปีถัดมา ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1865 ชาวคริสต์ที่หลบซ่อนอยู่ในอุราคามิได้เดินทางมาประกาศความเชื่อภายในโบสถ์แห่งนี้

ภายหลังการปราบปรามอย่างรุนแรงกว่า 250 ปี โบสถ์แห่งนี้ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกชาติในปี ค.ศ. 1933 แต่บางส่วนของโบสถ์ถูกระเบิดปรมาณูทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อปี ค.ศ. 1953 โบสถ์แห่งนี้ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกชาติอีกครั้งในฐานะโบสถ์เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น โบสถ์แห่งนี้ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโกในปี 2018
  • Adeline Gressin

    โออุระ เทนชุโด (โบสถ์คาทอลิกโออุระ) คือ โบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังคงตั้งอยู่ในญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 โดยอุทิศให้กับนักบวช 26 รูปที่ถูกสังหารเนื่องจากความเชื่อทางศาสนาที่นางาซากิในปี 1597 โบสถ์แห่งนี้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงประวัติศาสตร์อันดำมืดของการทารุณและการสังหารหมู่ชาวคริสต์ในญี่ปุ่น

    ร้านอาหารญี่ปุ่นคาเก็ตสึ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นร้านอาหารที่มีความเก่าแก่ยาวนานย้อนไปถึงเมื่อ 360 ปีก่อน ในช่วงมื้อค่ำ ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับหลากหลายรสชาติจากอาหารนางาซากิ ชิปโปคุแบบดั้งเดิม ทั้งซุป ปลา และเนื้อนั้นสดใหม่และยังถูกปรุงมาอย่างดีอีกด้วย การบริการเป็นที่น่าพอใจและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นอกจากนั้น ลูกค้าอย่างเรายังมีโอกาสได้สวมชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมด้วย ที่นี่นับเป็นหนึ่งใน 18 สถานที่ในนางาซากิที่เราจะได้เห็นเกอิชา

  • Adeline Le Mette

    ในประเทศญี่ปุ่นมีมหาวิหารอยู่ไม่กี่แห่ง ดังนั้น ฉันขอแนะนำให้เดินทางไปยังมหาวิหารแห่งนี้ ที่นี่ไม่เหมือนกับมหาวิหารที่เราเห็นในยุโรป เพราะมีองค์ประกอบทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์หลายอย่างซึ่งผสมผสานระหว่างรูปแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นและยุโรป นอกจากนั้น ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นก็น่าสนใจมาก

    ร้านอาหารญี่ปุ่นคาเก็ตสึซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ คือหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของนางาซากิที่ฉันขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารรสเยี่ยมและได้ลองสวมชุดกิโมโน อีกทั้งยังได้ชมการแสดงการร่ายรำของเกอิชาด้วย ช่วงเวลาค่ำคืนในสถานที่อันสวยงามมากด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมคือความทรงจำที่ฉันจะไม่มีวันลืม

โรงแรมนางาซากิ หรือ การ์เด้น เทอเรส นางาซากิ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

วันที่สาม

โรงแรมนางาซากิ หรือ การ์เด้น เทอเรส นางาซากิ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

  • Adeline Gressin

    ประสบการณ์การมองย้อนกลับไปในอดีตเมื่อครั้งที่มีการทิ้งระเบิดปรมาณูในที่นางาซากิในเวลา 11:02 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 คือหนึ่งในประสบการณ์ที่สะเทือนใจฉันที่สุดที่เกาะคิวชู เส้นทางจากพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ (Nagasaki Atomic Bomb Museum) ไปยังสวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park) นั้นตัดผ่านอนุสาวรีย์ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงที่นางาซากิ นี่คือเส้นทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องผ่านและยังเป็นเส้นทางที่ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์เบื้องหลังการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่และความสำเร็จของเมืองในปัจจุบันในฐานะผู้ส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค ประเทศ และประชาคมนานาชาติ ตรงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูมีถ้อยคำแกะสลักเอาไว้ว่า ขอให้นางาซากิเป็นที่ทิ้งระเบิดแห่งสุดท้าย นี่คือข้อความที่เราจะต้องไม่ลืมและควรจะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก

  • Adeline Le Mette

    ด้วยความที่มรดกทางประวัติศาสตร์ของนางาซากินั้นมีอยู่มากมายและน่าสนใจ การฟังคำอธิบายของไกด์นำเที่ยวและการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่อื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่นางาซากิในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอย่างลึกซึ้ง แน่นอนว่านี่คือส่วนที่จริงจังและยากที่สุดในทริปนี้ และหัวใจของฉันก็เจ็บปวดไปกับคำให้การที่สะเทือนอารมณ์ของบรรดาเหยื่อสงครามที่ฉันได้อ่านที่พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ แต่สารที่ฉันได้รับจากเมืองนางาซากินั้นกลับเป็นข้อความในเชิงบวกที่มุ่งให้เกิดสันติภาพ

JR
สถานีนางาซากิ→สถานีอิซาฮายะ
20 นาที

รถไฟชิมาบาระ
สถานีอิซาฮายะ→สถานีชิมาบาระ
70 นาที

  • Adeline Gressin

    เมื่อมาถึงคาบสมุทร (แหลม) ชิมาบาระ ก็ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมรอยเลื่อนชิจิวะ เมื่อมาที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพในแนวขวางของคาบสมุทร และเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศแบบภูเขาของคาบสมุทร รวมถึงการที่มันก่อตัวขึ้นจากส่วนหนึ่งของภูเขาไฟ นี่คือภาพที่ยิ่งใหญ่อันน่าประทับใจ (และยิ่งสวยขึ้นไปอีกในตอนพระอาทิตย์ตก) ที่นี่ยังมีร้านค้าหลายร้านที่ขายของขบเคี้ยวด้วย คุณต้องลองชิมเค้กคาสเตลล่าที่นุ่มฟูซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของนางาซากิ!

    โอบามะออนเซ็นดูเหมือนจะถูกสร้างมาเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนนี้มีชื่อเสียงจากบ่อแช่เท้าที่ยาว 105 เมตร (เป็นบ่อแช่เท้าที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น) อันดับแรก ให้เดินเข้าไปในร้านอาหารทะเลชื่อ มุชิกะมายะ ซึ่งอาหารทุกอย่างปรุงจากไอน้ำของน้ำพุร้อน ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดา แต่ที่สำคัญที่สุดคือ มันมีรสชาติอร่อยด้วย เสร็จแล้วก็ให้ทำเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นก็คือ แช่เท้าในบ่อแช่เท้า เริ่มต้นจากบ่อที่ร้อนที่สุด (ประมาณ 60 องศา) ไปบ่อที่เย็นลงมา (อุณหภูมิของบ่อแช่เท้าจะลดลงเมื่อคุณเคลื่อนที่ออกห่างจากแหล่งน้ำพุร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ) กิจกรรมนี้ไม่ต้องเสียเงิน ดังนั้นคุณจึงสามารถผ่อนคลายกับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้ ที่นี่ยังมีเตานึ่งซึ่งอยู่ถัดจากบ่อ สำหรับนึ่งไข่ มันฝรั่ง และข้าวโพดด้วย คุณสามารถปรุงทุกอย่างให้สุกได้ด้วยไอน้ำจากน้ำพุร้อน!

  • Adeline Le Mette

    ภาพทิวทัศน์ของรอยเลื่อนชิจิวะนั้นสวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่เหมาะกับการถ่ายภาพ ใกล้ๆ กันยังมีร้านค้าหลายร้านที่คุณสามารถหาซื้อของขวัญและของฝากได้ (รวมถึงของหวานขึ้นชื่อของนางาซากิอย่างเค้กคาสเตลล่าด้วย)

    โอบามะออนเซ็นมีบ่อแช่เท้าที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (105 ม.) คุณสามารถชื่นชมทิวทัศน์ยามที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยลงเหนือทะเลและเมืองโอบามะในขณะที่แช่เท้าในบ่อน้ำพุร้อนได้ คุณจะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และยังจะได้ลิ้มรสปลาและผักนานาชนิดที่ปรุงด้วยไอน้ำจากน้ำพุร้อนอีกด้วย

เมืองแห่งปลาคาร์พmore

เมืองแห่งปลาคาร์พ
ใกล้กับปราสาทชิมาบาระมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติและคลองหลายแห่งที่มีปลาคาร์พ ซึ่งทำให้ย่านนี้มีชื่อว่า โคอิโนะโอโยกุมาจิ หรือเมืองแห่งปลาคาร์พ
  • Adeline Gressin

    น้ำพุชิมาบาระและซิตี้ออฟสวิมมิ่งคาร์พ (City of Swimming Carp) นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากบรรดาช่างฝีมือและมีโอกาสได้ลองระบายสีลงบนเทียนด้วย หลังจากนั้น เราก็ไปที่ชิเมโซ บ้านพักแบบวิลล่าที่สวยงามซึ่งสร้างขึ้นให้เป็นวิลล่าสำหรับวันหยุด โดยที่นี่มีสวนที่ใช้น้ำจากน้ำพุในบริเวณนั้น เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจากไกด์นำเที่ยว เมื่อตอนที่วิลล่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นนั้น ยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แบบรอบทิศทางของภูเขาและทะเลจากทั้งสองด้านของตัววิลล่าได้ แต่ปัจจุบัน ทิวทัศน์เหล่านี้ได้กลายสภาพเป็นเมืองไปแล้ว สวนของชิเมโซนั้นสุดยอดจริงๆ

  • Adeline Le Mette

    การเดินเล่นพร้อมกับชมทิวทัศน์ของภูเขา บ่อน้ำ และแม่น้ำที่มีปลาคาร์พว่ายวนอยู่ รวมถึงภาพภูมิทัศน์ของเมืองที่เต็มไปด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัยเก่าแก่นั้น ทำให้เพลิดเพลินใจมากๆ

ที่พักซามูไร→นรกแห่งอุนเซ็น
30 นาที โดยรถยนต์

บ่อน้ำพุนรกอุนเซนmore

บ่อน้ำพุนรกอุนเซน
บ่อนรกแห่งอุนเซ็นนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อยู่ภายในบ่อน้ำพุร้อนอุนเซ็น ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกให้เป็นบ่อน้ำพุร้อนอันดับหนึ่งในคิวชู สถานที่นี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติอุนเซ็น-อะมะกุซะ สถานที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นหอมกำมะถัน ไอน้ำที่พุ่งพวยมาจากใต้ดิน และละอองไอน้ำที่ลอยอยู่บนอากาศ ทำให้แลดูเหมือนกับฉากในนรกภูมิ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจบ่อนรกราว 30 บ่อ เช่นบ่อนรกไดเกียวคัน นรกโอฮิโมะ และนรกเซย์ชิจิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบวชที่เสียชีวิต ซึ่งปรากฏอยู่ในฉากเปิดของภาพยนตร์เรื่อง Silence
  • Adeline Gressin

    อุทยานแห่งชาติอุนเซน-อามาคุสะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุนเซน จิโกคุ คือหนึ่งในอุทยานแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1934 การเดินไปท่ามกลางกลิ่นกำมะถันและไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากปล่องภูเขาไฟที่กระจัดกระจายอยู่ตรงนั้นตรงนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่บนดวงจันทร์ ขอแนะนำให้ไปที่นี่ในช่วงเช้าตรู่ซึ่งเป็นตอนที่แสงแดดส่องทะลุพุก๊าซ! (หลุมหรือช่องบนภูเขาไฟที่มีไอน้ำพุ่งขึ้นมา)

  • Adeline Le Mette

    ฉันคิดว่าที่นี่เป็นสถานที่ไม่ธรรมดาที่ควรค่าแก่การมาเยือน ไอจากน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินทำให้เกิดเป็นบรรยากาศที่ประหลาด และเส้นทางเดินเท้าในบริเวณนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่เร้นลับน่าอัศจรรย์ ถนนแคบๆ และสะพานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมนั้นงดงามมากกว่าสิ่งไหนๆ ที่ฉันเคยเห็นมาก่อน

มิยาซากิ เรียวกัง หรือ ฟูคูดายะ

  • Adeline Gressin

    โรงแรมพื้นบ้านที่ทันสมัยชื่อ อุนเซน ฟุคุดายะ ตั้งอยู่ตรงใจกลางแหล่งน้ำพุร้อนอุนเซน ที่นี่เป็นโรงแรมเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่น (เรียวกัง) ที่สุดยอดมาก เราพักในห้องที่กว้างขวางในส่วนต่อขยายของโรงแรมซึ่งมีลักษณะเรียบง่ายเหมือนกับโรงแรมขนาดเล็กทั่วไป การลงไปแช่และผ่อนคลายในบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวตรงระเบียงห้องพักทำให้ฉันรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดในวันนั้นได้มลายหายไป ในช่วงมื้อค่ำ เราทานอาหารชุดที่ประกอบไปด้วยอาหารเจ็ดอย่างซึ่งปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิกจากคาบสมุทรชิมาบาระ นี่คือส่วนที่เพลิดเพลินที่สุดในยามค่ำคืน ฉันทานอาหารท้องถิ่นจนอิ่มแปล้ (ส่วนใหญ่เป็นปลา เนื้อ ข้าว และผัก)

  • Adeline Le Mette

    โรงแรมพื้นบ้านสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า อุนเซน ฟุคุดายะ คือไฮไลต์ของทริปนี้ ทุกๆ อย่าง (ตั้งแต่ล็อบบี้ไปจนถึงห้องพักแขกและร้านอาหาร) นั้นหรูหราและสะดวกสบาย พนักงานก็ใส่ใจดีมาก เราทานอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม (ทั้งมื้อเย็นและมื้อเช้า!) ซึ่งก็ทำให้อิ่มทั้งตาและท้อง ยิ่งไปกว่านั้น ในห้องพักยังมีบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวด้วย!

วันที่สี่

มิยาซากิ เรียวกัง หรือ ฟูคูดายะ

รถบัสชิมาเท็ตสึ
สำนักงานขายอุนเซ็น→สถานีอิซาฮายะ
80 นาที

สถานีอิซาฮายะ→สนามบินนางาซากิ
45 นาที

สนามบินนางาซากิ

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Adeline Gressin

    ในช่วงสี่วันที่โตเกียวและนางาซากิ ฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับทั้งประวัติศาสตร์ แง่มุมที่เก่าแก่ สมัยใหม่ ดั้งเดิม และเป็นต้นตำรับของญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน ด้วยความที่ฉันได้อยู่ในโตเกียวเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ในการมาเที่ยวครั้งหน้า ฉันจึงอยากจะถ่ายภาพแง่มุมแบบดั้งเดิมของโตเกียวบ้าง ที่นางาซากิ ฉันรู้สึกซาบซึ้งและสะเทือนใจไปกับประวัติศาสตร์ของชาวคริสต์และการทิ้งระเบิดปรมาณู แต่ก็ได้มีเวลาดีๆ อย่างเช่นการรับประทานอาหารที่โรงแรมพื้นบ้านอย่าง อุนเซน ฟุคุดายะ และร้านอาหารญี่ปุ่นคาเก็ตสึซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ฉันยังได้ชื่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามระหว่างที่อยู่ที่คาบสมุทรชิมาบาระและบ่อน้ำพุร้อน นี่คือการเดินทางอันมหัศจรรย์ที่ฉันได้ดื่มด่ำซึมซับผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้า

  • Adeline Le Mette

    ทัวร์นี้นำเสนอญี่ปุ่นในสองแง่มุม มุมแรกคือ ความกว้างใหญ่ไพศาลของเมืองหลวงอย่างโตเกียว ส่วนอีกมุมหนึ่งก็คือ ความเงียบสงบของนางาซากิ นางาซากิควรค่าแก่การไปเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ประวัติศาสตร์ที่รุ่มรวยและทิวทัศน์ที่สวยงามทำให้เมืองนี้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ชวนให้เพลิดเพลินและน่าสนใจ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาโตเกียว โตเกียวเป็นเมืองที่ทั้งเก่าแก่และสมัยใหม่ในเวลาเดียวกัน และฉันชอบที่นี่จริงๆ ฉันคิดถึงขั้นอยากจะมาอยู่ที่นี่และถ่ายภาพเลยด้วยซ้ำ ที่เมืองนางาซากิ ฉันรู้สึกสะเทือนใจกับประวัติศาสตร์ของการทิ้งระเบิดปรมาณูและได้สัมผัสกับธรรมชาติที่คาบสมุทรชิมาบาระแห่งเกาะคิวชู

Adeline Gressin
บรรณาธิการ
ที่อยู่อาศัย:ปารีส ฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    การเดินทาง การถ่ายภาพ

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    2 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

แผนการเดินทางนี้เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและวัฒนธรรมดั้งเดิม (ศาลเจ้าและวัด, เกอิชา...) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่สนใจในประวัติศาสตร์ของเมืองนางาซากิ (ประวัติศาสตร์ของคริสต์ศาสนาในญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ...)

Adeline Le Mette
หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาภาพวาดสีน้ำมัน
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    ศิลปะ การถ่ายภาพ แฟชั่น

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    4 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © KYUSHU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.