KUMAMOTO
  • TOKYO
  • KUMAMOTO

WILDNESS & STILLNESS

เพลิดเพลินไปกับการเดินชมธรรมชาติในสวนแบบญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า สวนริคุงิเอน สวนสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีการจำลองภูเขาและมีสระน้ำอยู่ตรงกลาง จากนั้นไปทัศนศึกษายังปากปล่องภูเขาไฟอะโสะที่โด่งดังถือเป็นหนึ่งในความงามของธรรมชาติที่มีหลากหลายด้านของญี่ปุ่น สามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่และความแข็งแกร่งของธรรมชาติได้ด้วยตาตนเอง

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://kumanago.jp/en/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October, 2018 Calara Ferrand
    ช่างภาพมืออาชีพ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว และผู้จัดการบล็อก "wildroad.fr"
    ที่อยู่อาศัย:ประเทศฝรั่งเศส
  • Traveled : October, 2018 Samantha LASSAUX
    บรรณาธิการ
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

JAL046 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Calara Ferrand

    ทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในเครื่องของ JAL ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติญี่ปุ่น คุณจะรับรู้ได้เองค่ะว่าสะดวกสบายเพียงใด ปกติฉันจะบินในชั้นประหยัดก็มักจะมีที่ให้ยืดขาเพียงเล็กน้อย แต่เบาะบนเครื่องของ JAL มีพื้นที่กว้างเพียงพอเลยค่ะ ในมื้อเย็น ฉันสามารถเลือกได้ระหว่างเมนูเนื้อกับไก่ ซึ่งฉันเลือกเมนูเนื้อที่ทำโดยเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญ แน่นอนว่าเครื่องลงจอดที่โตเกียวตามกำหนดเวลาพอดีเลยค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

สวนริคุงิmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

สวนริคุงิ

ในปีค.ศ.1695 ไดเมียวที่ชื่อยานางิซาวะ โยชิยาสุได้รับที่ดินมาจากโทคุกาวะ สึนะโยชิ โชกุนรุ่นที่5 แห่งรัฐบาลเอะโดะ เขาได้จัดแจงสร้างสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีบ่อน้ำตรงกลางและทางเดินล้อมรอบโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 7 ปี ที่นี่เป็นที่ราบมุมหนึ่งของเขตมุซาชิโนะ ในการสร้างสวนญี่ปุ่นจะต้องมีการขุดบ่อน้ำ สร้างภูเขา และผันน้ำจากทางน้ำ (ที่สร้างขึ้นรอบปราสาทเอะโดะ) เข้ามายังบ่อ

  • Calara Ferrand

    ว่ากันว่าสวนริคุกิเอนเป็นสวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นโตเกียวเลยค่ะ ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่เป็นฤดูของโมมิจิ (เมเปิลแดง) ใบของต้นไม้ต่างๆ จะเปลี่ยนสีเป็นสีสันสดใส และในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระก็จะผลิบานต้อนรับนักท่องเที่ยว ครั้งหน้าฉันก็อยากจะมาญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อากาศอบอุ่นและชมซากุระกับสวนสวยๆ บ้างค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    สวนริคุกิเอนมีความงดงามตรงตามคำบรรยายของผู้ที่รักในโคลงกลอนวากะเลยค่ะ สวนที่อยู่ใกล้ใจกลางโตเกียวแห่งนี้ตกเป็นสมบัติของเมืองโตเกียวในปี พ.ศ. 2481 และเปิดให้บริการตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น โดยสามารถเข้าเยี่ยมชมสวนได้ฟรีในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บ่อน้ำแสนสวยทำให้สภาพแวดล้อมของที่แห่งนี้เหมาะแก่การเดินเล่นสบายๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพพิมพ์ญี่ปุ่นอย่างไรอย่างนั้น พอเดินนานๆ แล้วทำให้ขนมญี่ปุ่นที่มีอยู่ในห้องชงชาอร่อยขึ้นไปอีกค่ะ

JR โคมาโกเมะ --> อากิฮาบาระ --> เรียวโกกุ
ประมาณ 20 นาที/170 เยน

  • Calara Ferrand

    ฉันเพิ่งได้สัมผัสโลกของซูโม่เป็นครั้งแรกที่ร้านจันโกะ คิริชิมะนี่แหละค่ะ เมนูซูโม่นาเบะ (กระทะร้อน) หลังจบการฝึกซ้อมซูโม่เป็นอาหารที่แสนวิเศษและมีคุณค่าทางสารอาหารสูงมาก ด้านหลังร้านมีภาพซูโม่ติดอยู่ รวมถึงปฏิทินสวยๆ และเกมกระดานแขวนอยู่บนกำแพงด้วยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    ร้านอาหารแห่งนี้มีเจ้าของเป็นอดีตนักกีฬาซูโม่ จึงให้บริการเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เรียกว่านาเบะ จันโกะจะเน้นปลา เนื้อ และผักมากมายหลายชนิดด้วยเหตุผลที่ว่าอาหารชนิดนี้เป็นอาหารเพื่อให้ซูโม่ได้ฟื้นฟูพลังงานกลับมานั่นเอง

หอศิลป์สึมิดะฮกไซmore

หอศิลป์สึมิดะฮกไซ

ในทัวร์ "เส้นทางราตรีโอไดบะ" รถสกายบัสสองชั้นที่ชั้นบนเปิดโล่งจะพาผู้โดยสารไปชมโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับไฟสว่างตัดกับท้องฟ้ายามราตรีและลอดใต้สะพานเรนโบว์บริดจ์! นอกจากนี้ รถสกายบัสยังแล่นบนทางด่วนระหว่างทางให้ผู้โดยสารรู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งเครื่องเล่นสวนสนุกอยู่ด้วยรถสกายบัสจะแวะที่อะควาซิตี้โอไดบะโดยให้เวลาอิสระแก่นักท่องเที่ยว 1 ชม.เพื่อทานอาหารหรือถ่ายรูปที่ระลึกที่มีเทพีสันติภาพและสะพานเรนโบว์บริดจ์เป็นฉากหลังทัวร์ความยาว 2 ชม.นี้เหมาะอย่างยื่งกับการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของโตเกียวหลากหลายแห่งในเวลาสั้น ๆ

  • Calara Ferrand

    พิพิธภัณฑ์โฮคุไซแห่งนี้หาได้ไม่ยากเลยค่ะจากระยะไกล สถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยเซจิมะ คาสึโยะแห่งนี้รับแสงเข้ามาและสะท้อนเป็นสีตามสีท้องฟ้าเลยค่ะ จากผลงานที่จัดแสดงไว้ คุณจะเห็นได้ถึงพรสวรรค์ของศิลปินผู้นี้ ในช่วงแรกๆ คัตสึชิกะ โฮคุไซยังไม่คิดว่าตนเองเป็นศิลปินสักเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความหวังว่าจะก้าวไปถึงขั้นที่เขาโด่งดังมีชื่อเสียงในโลกแห่งศิลปะการวาดภาพได้ คุณจะเห็นได้จากสมุดสเก็ตช์ของเขาว่าเส้นสายของเขามีความแม่นยำและคมชัดเพียงใด รวมถึงจินตนาการที่ล้นเหลือของเขาด้วย

    เรามาตามรอยประวัติศาสตร์ของเมืองโตเกียวกันที่พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียวกันไหมคะ แบบจำลองทั้งขนาดเท่าของจริงและขนาดจิ๋วทำให้เราได้จินตนาการทิวทัศน์ของเมืองนี้ในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ฉันขอแนะนำให้คนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และคนที่เที่ยวแบบเป็นครอบครัวมาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ รวมถึงเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่กำลังเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในประเทศของตนเองด้วย

  • Samantha LASSAUX

    ศิลปินคัตสึชิกะ โฮคุไซ เป็นที่รู้จักที่สุดจากภาพวาดคลื่นยักษ์หรือฟูจิสีแดงอันโด่งดัง ซึ่งทั้งสองภาพเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันภูเขาฟูจิ 36 วิว แต่การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สุมิดะ โฮคุไซในครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้ได้รู้เลยค่ะว่ายังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมายนัก นอกจากผลงานที่หลากหลายของเขาแล้ว เรายังได้ศึกษาเกี่ยวกับชีวิตของศิลปินท่านนี้ซึ่งมีอายุยืนยาวจนถึงวันเกิดปีที่ 88 เชียวนะคะ

    ฉันขอแนะนำให้หาโอกาสมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สุมิดะ โฮคุไซด้วยนะคะ พิพิธภัณฑ์โตเกียวเอโดะจัดแสดงแบบจำลองทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลายซึ่งสื่อถึงโตเกียวในช่วงยุคเอโดะ ซึ่งแบบจำลองขนาดเท่าของจริงตั้งกระจายกันอยู่ทั่วพิพิธภัณฑ์ และมีลายบัวสลักเก่าแก่เป็นคำว่าโตเกียวในภาษาอังกฤษด้วยนะคะ

สายโทเอโอเอโดะ เรียวโกกุ --> รปปงงิ
ประมาณ 23 นาที/270 เยน

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์ more

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์

โตเกียวซิตี้วิว คือสถานที่รับชมทัศนียภาพ “สกายเด็ค” ที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 270 เมตรและมีส่วนทางเดินภายในสูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ทำให้สามารถมองเห็นแลนด์มาร์คสำคัญๆ ของโตเกียว อาทิ โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี รวมถึงในวันที่อากาศเป็นใจก็สามารถมองเห็นไกลถึงภูไขไฟฟูจิเลยทีเดียยว “สกายเด็ค” ช่วงเวลาพิเศษที่จะปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมและท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

  • Calara Ferrand

    ลิฟต์ไต่ขึ้นไปเหนือระดับพื้นดินถึง 250 เมตรเพื่อขึ้นไปสู่โตเกียวซิตี้วิว จากตรงนี้ คุณจะได้เห็นกลุ่มตึกสูงเรียงกันเป็นแถว มหานครโตเกียว และวิวที่ได้เห็นก็น่าตะลึงมากค่ะ ราวกับเป็นการแสดงโชว์อะไรสักอย่างเลย หลังจากที่ชมวิวพาโนรามากันไปแล้ว คุณสามารถชมวิวจากสกายเดคที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้าได้โดยไม่มีอะไรมากีดขวางทัศนียภาพเลย ระหว่างวัน ผู้มาเยี่ยมชมสามารถมองเห็นภูเขาฟูจิ อ่าวโตเกียว และโยโกฮามะได้ด้วยค่ะ

    เมนโช ทาเคโทระ: ร้านเฉพาะทางที่เด่นด้านราเมนแห่งนี้มีห้องส่วนตัวด้วยนะคะ ราเมนของทางร้านทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน ส่วนซุปจะให้รสชาติที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน

  • Samantha LASSAUX

    รปปงงิฮิลส์ยอดนิยมมีพิพิธภัณฑ์ รูปหล่อแมงมุมยักษ์ตรงกลางสนามกลาง ร้านค้า และร้านอาหารมากมาย ส่วนโตเกียวซิตี้วิวก็จะอยู่ตรงกลางกลุ่มตึก และด้วยจุดชมวิวสูงถึง 250 เมตร ดังนั้นจึงเห็นย่านดังๆ ส่วนใหญ่ในโตเกียวได้อย่างชัดเจนเต็มตา และไฮไลท์คือโตเกียวทาวเวอร์สีแดงสะดุดตาเย้ายวนใจให้ผู้มาเยือนต้องหลงใหลค่ะ

    เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ราเมนได้รับความนิยมอย่างมากในฝรั่งเศส แต่คนรักประเทศญี่ปุ่นก็ยังแนะนำให้มาลองชิมรสชาติแบบต้นตำรับที่ญี่ปุ่นอยู่ดี ร้านราเมนนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านรปปงงิซึ่งเป็นย่านกลางคืนชื่อดัง โดยมีราเมนทั้งแบบร้อน เย็น เผ็ด รสอ่อน ให้คุณได้เลือกทาน...

โรงแรมเดอะบี

  • Calara Ferrand

    โรงแรมเดอะบีตั้งอยู่ในย่านรปปงงิ ซึ่งห่างจากชิบุยะและชินจูกุเพียง 20 นาทีเท่านั้น ห้องพักสะดวกสบายมากเลยค่ะและใช้เตียงสไตล์ตะวันตกด้วย ที่นี่มีสาย LAN อินเทอร์เน็ตให้ใช้ด้วยนะคะ ส่วนอาหารเช้าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเป็นหลัก

  • Samantha LASSAUX

    แม้ว่ารงปงงิจะเป็นย่านกลางคืนใจกลางโตเกียว แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ขัดขวางการนอนพักผ่อนแต่อย่างใด เพราะตัวโรงแรมตั้งห่างจากถนนที่เสียงดังเอะอะ แต่ยังอยู่ในระยะที่สามารถเดินได้ในเวลาไม่กี่นาทีจากสถานีรปปงงิ

วันที่สอง

KYUSHU(KUMAMOTO)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

JAL (JAL Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

  • Calara Ferrand

    JAL: ในเที่ยวบินที่นั่งไปคุมาโมโตะ คุณจะได้เห็นภูเขาฟูจิและภูเขาลูกอื่นๆ ในวันที่ฟ้าใสด้วยนะคะ ส่วนวันที่ฉันบิน ดูเหมือนว่าพวกเราเป็นชาวต่างชาติเพียงกลุ่มเดียวที่อยู่บนเครื่องในรอบนี้ พนักงานบริการคอยดูแลดีและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วเลยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    เที่ยวบิน JAL ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยค่ะ ตรงเวลาเสมอ เครื่องบินนิ่มสะดวกสบาย แถมมีบริการ Wi-fi (ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องด้วยนะคะ) พนักงานใส่ใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสและคอยอำนวยความสะดวกให้อยู่เสมอ เที่ยวบิน JAL ถือเป็นตัวแทนขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นได้อย่างภาคภูมิใจเลยค่ะ เพราะมีความเป็นมืออาชีพและอบอุ่นจริงๆ เมื่อนักท่องเที่ยวได้รับโซระเบนแสนอร่อย ซึ่งแปลได้ตรงตัวว่าเบนโตะท้องฟ้าแล้ว ก็จะเดินทางถึงจุดหมายได้โดยพักผ่อนเต็มที่และพร้อมออกไปกันแล้ว!

สนามบินอะโสะคุมาโมโตะmore

สนามบินอะโสะคุมาโมโตะ

ห่างจากเมืองคุมาโมโตะไปทางทิศตะวันออก 20 กม. สนามบินอะโสะคุมาโมโตะตั้งอยู่บนที่ราบสูงทาคายุบารุ ฝั่งตะวันตกของเทือกเขาอะโสะรอบนอก สนามบินแห่งนี้มีอาณาเขตอยู่ในพื้นที่เมืองมาชิกิ (เขตคามิมาชิกิ) เมืองคิคุโยะ (เขตคิคุจิ) โอซู (เขตคิคุจิ) และหมู่บ้านนิชิฮาระ (เขตอะโสะ) บริเวณโดยรอบสนามบินส่วนใหญ่เป็นไร่ สนามกอล์ฟ และป่าไม้ตามธรรมชาติ และมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่เพียงประปราย ด้วยทัศนียภาพของภูเขาไฟอะโสะที่ปกคลุมไปด้วยควันซึ่งเห็นได้จากทิศตะวันออก ประกอบกับภูเขาอุนเซ็นที่มองเห็นได้ลิบๆ จากฝั่งทิศตะวันตก สนามบินคุมาโมโตะจึงเป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่น่าประทับใจแห่งหนึ่งในจังหวัดคุมาโมโตะอันสวยงามแห่งนี้

สนามบินคุมาโมโตะ → สถานี JR อะโสะ
ประมาณ 1 ชั่วโมง 1,200 เยน

สถานี JR อะโสะ → อะโสะซังนิชิ
ประมาณ 40 นาที 650 เยน

ชมปล่องภูเขาไฟแห่งอะโสะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ชมปล่องภูเขาไฟแห่งอะโสะ

ปล่องภูเขาไฟที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ กินพื้นที่กว้าง 24 กม. จากทิศเหนือไปทิศใต้ และ 18 กม. จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก มีพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยหินภูเขาไฟซึ่งกินพื้นที่ 4 กม. ของบริเวณโดยรอบ อะโสะโกะกาคุ หรือยอดเขาทั้งห้าแห่งอะโสะ (ภูเขาเนโกะดาเกะ ภูเขาทากาดาเกะ ภูเขานากาดาเกะ ภูเขาเอโบชิ และภูเขาคิชิมะ) เป็นยอดเขาที่สูงตระหง่านขึ้นมาจากบริเวณกลางปล่องภูเขาไฟ ปัจจุบันนี้ภูเขานากาดาเกะเป็นภูเขาที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ซึ่งจะมีควันสีขาวพวยพุ่งออกมา ปล่องภูเขาไฟที่อยู่บริเวณยอดนากาดาเกะแห่งนี้เป็นหนึ่งในปล่องภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 600 ม. ลึก 130 ม. และมีเส้นรอบวงยาว 4 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมทัศนียภาพของภูเขาอะโสะที่ยังคง "มีชีวิต" ได้ที่นี่ แต่เนื่องจากเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ จึงไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้

  • Calara Ferrand

    โคเมสึกะ: ปากปล่องภูเขาไฟทรงกรวย โคเมสึกะ แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดนี้ค่ะ ถนนที่ทอดยาวลงมาจากภูเขาอาโสะมีทิวทัศน์ที่สวยงามซึ่งเกิดจากรูปทรงทางภูมิศาสตร์นี่แหละค่ะ

    ภูเขาอาโสะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ โดยแอ่งภูเขาไฟรูปกระจาดที่นี่เป็นหนึ่งแอ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ฉันได้ชมภูเขาอาโสะจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกของฉันเลยค่ะที่ได้โอกาสสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ เมื่อเครื่องขึ้นแล้ว เราจะรู้สึกได้ถึงการควบคุมเครื่องจากนักบินในทุกช่วงเลยค่ะ ก่อนที่เครื่องจะไต่ระดับขึ้นไปสูงเพื่อบินพ้นแนวป่า นี่เป็นประสบการณ์สุดยอดที่จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ เมื่อเราไปถึงยอดปากปล่องภูเขาไฟแล้ว นักบินก็บังคับเฮลิคอปเตอร์ไปเหนือปากปล่องให้เราได้เห็นฟองอากาศบนพื้นผิวน้ำด้านใน รู้สึกหวาดเสียวมากเลยค่ะ

    ที่ร้านนิวคุสะเซนริ คุณจะได้ทานเนื้อวากิว "อาคาอุชิ" จากวัวที่เลี้ยงดูมาในธรรมชาติที่สวยงาม ร้านอาหารแห่งนี้มีบรรยากาศทันสมัยและมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย โดยยกครอบครัวหรือยกกลุ่มกันมาทานอาหารเที่ยงกันที่นี่ ทุกคนเลือกนั่งใกล้หน้าต่างกันหมดเพื่อจะได้ชมวิวภูเขาอาโสะอันน่าตื่นตาตื่นใจแบบพาโนรามา

    คุสะเซนริกาฮามะเป็นส่วนหนึ่งของแอ่งภูเขาไฟรูปกระจาดของภูเขาอาโสะ ซึ่งคุณสามารถเดินเล่นตามเส้นทางโดยรอบได้อย่างอิสระ หรือจะขี่ม้าชมวิวก็ได้ ไกด์นำชมของเราเล่าเกี่ยวกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาลและคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ ให้เราฟังตลอด 30 นาทีที่เดินชมวิวกันเลยค่ะ

    แม้ว่าโถงสักการะของศาลเจ้าอาโสะจะถูกทำลายเสียหายทั้งหมดในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. 2559 แต่ก็ยังไปชมศาลได้อยู่นะคะ เสาโทริอิตรงทางเข้าศาลหันหน้าเข้าหาภูเขาไฟจึงทำให้ดูยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก ร้านเค้กบนถนนคนเดินเล็กๆ ใกล้ศาลเจ้ามีขายครีมพัฟฟ์ที่อร่อยมากๆ ด้วยค่ะ

    ร้านมุราคามิโชเทนมีบรรยากาศแบบเรโทร ผนังร้านก็ยังตกแต่งด้วยโปสเตอร์สไตล์เรโทรเลยค่ะ ถ้ามาทานอิซากายะที่นี่ ฉันขอแนะนำให้สั่งอาหารจานเล็กๆ หลายๆ จานมาแบ่งกับทุกคนจะดีกว่าค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    โคเมสึกะห้ามไม่ให้คนปีนขึ้นไปนะคะเพื่อปกป้องพืชพรรณและสัตว์ต่างๆ ไว้ แต่ความสงบของที่นี่ก็เห็นได้ง่ายๆ จากหลากหลายมุมเมื่อขับรถบนถนนที่ตัดผ่านโดยรอบ ชื่อของที่นี่มาจากรูปทรงแบบกรวยกลวงที่ดูคล้ายชามข้าวนั่นเองค่ะ

    เขตภูเขาไฟอาโสะเป็นหนึ่งในอุทยานธรณีที่ได้รับการคุ้มครองจากยูเนสโกพร้อมกับโคเมสึกะที่อยู่ใกล้ๆ โซนอาโสะครอบคลุมพื้นที่กว่า 350 ตร.กม. และเป็นหนึ่งในเขตที่มีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่น ภูเขาที่สำคัญได้แก่ภูเขาทากะ นากะ เอโบชิ คิชิมะ และเนโกะ หากภูเขาไฟมีความสงบนิ่ง คุณก็สามารถไปปีนภูเขาทากะได้เลยค่ะ มุมมอง 45 องศาจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่เหนือปากปล่องภูเขาทากะนี่สวยจนแทบหยุดหายใจเลยค่ะ ไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายให้ได้อย่างใจจริงๆ คุณควรจะลองมาสัมผัสและพิจารณาปากปล่องสีเทอร์ควอยซ์สวยสังหารและเงาสะท้อนวิบวับชวนให้เคลิบเคลิ้มด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ

    คุณสามารถสามารถเดินขึ้นไปชมวิวกว้างๆ ได้บนที่ราบสูงอาโซะคุสะเซนริกาฮามะ ที่อยู่ใกล้ภูเขาทากะได้นะคะ มีร้านอาหารตั้งอยู่ข้างๆ พิพิธภัณฑ์สำหรับอุทยานธรณีอาโซะด้วยค่ะ

    ที่นี่ บนที่ราบสูงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาไฟที่ยังไม่ดับแห่งนี้ ธรรมชาติอันเงียบสงบยังคงเติบโตทวงคืนพื้นที่เดิมของตนต่อไปอย่างช้าๆ หลังจากที่เกิดเหตุภูเขาไฟปะทุในเขตนี้มาแล้วหลายครั้ง ถ้าคุณขี่ม้าขึ้นไปก็จะทำให้ได้เห็นสภาพแวดล้อมเสมือนจริงราวกับสรรพสิ่งหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมเบาๆ เท่านั้นที่ทำลายความเงียบนี้

    แม้ว่าโถงสักการะจะพังทลายเนื่องจากการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในปี พ.ศ. 2559 แต่ศาลเจ้าอาโสะยังคงเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นนิยมมากันเหมือนเดิม ที่นี่เป็นศาลเจ้านิกายชินโตที่หาพบได้ยากในญี่ปุ่น โดยประตูหลักของศาลซึ่งก็คือเสาโทริอิจะไม่หันหน้าเข้าหาตัวศาลแบบตรงๆ แต่หันหาภูเขาไฟอันเป็นเหตุผลหลักในการสร้างศาลแห่งนี้นั่นเอง

    ร้านอิซากายะ มุราคามิโชเทน ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบๆ ที่ให้อารมณ์เหมือนญี่ปุ่นสมัยหลังสงคราม แต่ภายในร้านกลับมีบรรยากาศที่สดใสเหมือนยุคโชวะ เมนูอาหารของร้านนี้ทั้งอร่อยและราคาดีด้วยค่ะ ลูกค้าประจำก็มักจะเป็นคนท้องถิ่นเสียส่วนใหญ่ โทรทัศน์ยังฉายละครและวิดีโอจากยุคปี 50 และ 60 กำแพงยังมีโฆษณาหน้าตาเรโทร และเปิดเพลงสมัยโชวะด้วยค่ะ

อะโสะซังนิชิ → JR อะโสะเอกิมาเอะ
ประมาณ 40 นาที 650 เยน

JR อะโสะเอกิมาเอะ → ไดคันโบอิริกุจิ
ประมาณ 40 นาที 500 เยน

ไดคังโบ
สัมผัสประสบการณ์ร่มร่อน
more

ไดคังโบ<br>สัมผัสประสบการณ์ร่มร่อน

■ไดคันโบ
ลานโล่งสำหรับชมทัศนียภาพธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่บนหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดบริเวณรอบนอกทางเหนือของภูเขาอะโสะ จากจุดนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นยอดเขาทั้งห้าของอะโสะได้ จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับชมทัศนียภาพของอะโสะแบบ 360 องศา
■ สัมผัสประสบการณ์ร่มร่อน
ชมพระอาทิตย์ตกดินที่แสนงดงามจากการร่อนร่มบริเวณมินามิอะโสะ ตั้งแต่ภูเขาโยมิเนะถึงภูเขาเอโบชิ ร่อนไปในเวหาแล้วชื่นชมทัศนียภาพของร่องเขานันโกดานิที่อยู่เบื้องล่าง คุณจะได้รับการแนะนำอย่างเอาใจใส่ตั้งแต่พื้นฐาน และสำหรับผู้ที่รู้สึกไม่สะดวกกับการร่อนร่มเพียงลำพังก็สามารถฝึกได้โดยการร่อนไปพร้อมๆ กับครูฝึกซึ่งเราแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น

  • Calara Ferrand

    พวกเราตื่นเต้นกันมากเลยค่ะที่ได้รู้ว่าจะได้เล่นพาราไกลดิง เพราะบนยอดเขาไดคันโบะมีลานพาราไกลดิงอยู่ เขามีครูฝึกที่พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยค่ะ โดยเราจะร่อนจากยอดเขาแล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาจนถึงพื้นดินภายใน 10 นาที ภูมิประเทศแถบนี้สวยมากๆ เลยค่ะสำหรับคนเล่นพาราไกลดิงครั้งแรกอย่างฉัน

    ในญี่ปุ่น ร้านค้าเล็กๆ ที่เรียกว่า "คอนบินิ" จะขายอาหารอร่อยๆ เราจึงสามารถซื้อขนมญี่ปุ่นหลากหลายประเภทติดตัวไปได้ด้วย ขณะที่เรากำลังวางแผนปิกนิกชมวิวสวยๆ ของภูเขาอาโซะ เราก็ได้ชื่นชมธรรมชาติไปอย่างเต็มเปี่ยมด้วยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    ทีมที่ให้บริการเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์และมีประสิทธิภาพมากค่ะ ใส่ใจความปลอดภัยสุดๆ และมีอุปกรณ์เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างเลย ครูฝึกออกตัวมาพร้อมกับลูกค้าอย่างราบรื่น เป็นการเริ่มต้นการร่อนของเรา ฉันแนะนำให้มือใหม่มาลองสัมผัสประสบการณ์พาราไกลดิงที่ไดคันโบะค่ะ เพราะพิสูจน์มาเองแล้วว่านุ่มนวล ทำให้ได้เห็นวิวจังหวัดคุมาโมโตะที่สวยงามตื่นตาตื่นใจจริงๆ ต่อให้คุณเป็นคนขี้กลัวก็ตามที เมื่อเราได้กลับสู่พื้นดินอีกครั้ง ทีมงานที่เหลือจะช่วยเก็บอุปกรณ์และพาลูกค้ากลับขึ้นไปบนยอดเขาไดคันโบะ

    ร้านค้า 2-3 ร้านแถวนั้นมีขายไอศกรีมหลายรสชาติเลยนะคะ น่าลองทั้งนั้นเลย ฉันขอแนะนำให้คุณแวะซื้อของไว้ปิกนิกก่อนขึ้นไดคันโบะนะคะ

เดิน 5 นาที

รถบัส
แคมป์มุระอิริกุจิ

อุจิโนะมากิ
ประมาณ 20 นาที/310 เยน

โซซังเคียว เรียวกัง

  • Calara Ferrand

    เรียวกังโซซังเคียว เรารู้สึกผ่อนคลายมากเลยค่ะเพราะแค่เข้ามาตรงประตูหน้าก็อุ่นแล้ว ตรงล็อบบี้ก็เปิดเพลงแจ๊สด้วย บนผนังจะแสดงประวัติครอบครัวเจ้าของเรียวกังไว้อยู่ ห้องพักของฉันกว้างขวางและเห็นวิวสวนด้วยค่ะ เรียวกังที่นี่มีบ่อออนเซนส่วนตัว 2 บ่อ เหมาะแก่การผ่อนคลายร่างกายมากเลยค่ะ ในมื้อเช้า คุณจะได้ทานผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัดอย่างเช่นโยเกิร์ตที่ทำจากนมที่ผลิตขึ้นที่แถบภูเขาอาโสะด้วยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    เรียวกังโซซังเคียวเป็นเรียวกังสไตล์ดั้งเดิม ภายใต้การบริหารจัดการของพนักงานที่ขยันขันแข็งและทุ่มเท ไฮไลท์ของที่นี่แน่นอนว่าต้องเป็นบ่ออาบน้ำทั้งแบบส่วนตัวและแบบรวมค่ะ ถ้าเป็นแบบรวมสามารถเข้าได้ทันทีแต่ถ้าเป็นแบบส่วนตัวก็ต้องจองตอนที่มาถึงที่พักเลยค่ะ

วันที่สาม

โซซังเคียว เรียวกัง

ประสบการณ์ปั่นจักรยานmore

ประสบการณ์ปั่นจักรยาน

สัมผัสทิวทัศน์อุทยานแห่งชาติอะโสะคุจูโดยการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานภูเขา (MBT)

  • Calara Ferrand

    ประสบการณ์การขี่จักรยาน: กิจกรรมนี้มีทางลาดลงอยู่หลายจุด ดังนั้นคุณก็สามารถสนุกไปได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ เมื่อใช้จักรยานแบบนี้ จะหยุดหรือปั่นทะลุซอยก็ทำได้ไม่ยากค่ะ เราพบร้านขายงานประดิษฐ์หลายร้านและขี่ผ่านทิวทัศน์สวยๆ เหมือนในภาพวาดด้วยค่ะ การขี่จักรยานเป็นวิธีที่ดีที่สุดเลยนะคะถ้าคุณอยากสำรวจธรรมชาติอันยอดเยี่ยมของคุมาโมโตะ

  • Samantha LASSAUX

    การขี่จักรยานเป็นวิธีที่ใช้สำรวจธรรมชาติ ถนนเส้นเล็กเส้นน้อย หมู่บ้าน และแผงร้านค้าในจังหวัดคุมาโมโตะได้อย่างมีเสน่ห์ดีนะคะ โดยเราสามารถเริ่มออกเดินทางได้จากยอดเขาไดคันโบะ ซึ่งจะเป็นทางลงแบบสบายๆ ไม่มีเนินหรือทางที่ต้องปั่นขึ้นมากมายนัก เหมาะสำหรับคนที่อยากขี่จักรยานแบบสบายๆ ค่ะ ธรรมชาติในแถบชนบทของคุมาโมโตะนี่เหมาะกับการปิกนิกในทุ่งมากค่ะถ้าอากาศดี การมาเยี่ยมชมคุมาโมโตะในย่านที่คนไม่ค่อยรู้จักกันนักเช่นนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบเล่นกีฬาและคนที่ชอบเดินเที่ยวค่ะ แถมยังทำให้ได้เห็นวิวญี่ปุ่นแบบไม่เหมือนใครอีกด้วย

อุจิโนะมากิ(คะโดมันมาเอะ) -> คุโรคาวะออนเซ็น
คิวชูโอดันบัส 1ชั่วโมง 1,100เยน
*ต้องจองล่วงหน้า

คุโรคาวะออนเซ็นmore

คุโรคาวะออนเซ็น

มนตร์เสน่ห์ของคุโรคาวะออนเซ็นคืออาคารเรียวกังหลายหลังที่มีความงดงามแบบสมัยเก่า ซึ่งตั้งอยู่รายรอบแม่น้ำจิกุโกะ และอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเรียวกังและโรงแรมต่างๆ หากคุณซื้อบัตรผ่านออนเซ็น (Onsen-hopping Pass) คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการแช่อ่างอาบน้ำกลางแจ้งเพื่อความผ่อนคลายได้ตามที่คุณต้องการ เราขอแนะนำคูปองคุโรคาวะออนเซ็นยุรุตโตะ หากคุณต้องการเดินเที่ยวหรือไปยังออนเซ็นที่ต่างๆ คูปองนี้มอบส่วนลดพิเศษโดยจะมาพร้อมกับบัตรมูลค่า 500 เยน จำนวน 6 ใบ สามารถนำไปใช้กับร้านค้าต่างๆ ที่จำหน่ายขนมและคร็อกเก็ตในเมืองบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ได้ คูปองและบัตรผ่านมีจำหน่ายที่สมาคมเรียวกัง (คาเซะโนะยะ)

  • Calara Ferrand

    คุโรคาวะเป็นย่านบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่น โดยในแถบนี้มีเรียวกังตั้งอยู่ถึง 30 แห่ง เราจึงได้เห็นครอบครัวและคู่รักมาผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำพุร้อนกันมากมาย ร้านเฉพาะทางหลายๆ ร้านก็ตั้งอยู่เรียงรายในแถบนี้ ซึ่งคนที่มาแช่น้ำร้อนก็สนุกกับการเดินสำรวจย่านนี้ด้วยเช่นกันค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    หมู่บ้านที่มีภูมิประเทศสูงๆ ต่ำๆ แห่งนี้มีถนนเล็กๆ และสะพานยาวตามแนวแม่น้ำ ทำให้ลืมวันลืมเวลาไปเลย นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินเล่นอยู่บนถนนและหัวเราะร่าเริงพลางผูกโอบิของชุดยูกาตะที่เรียวกังเตรียมไว้ให้ใส่ เมื่อคุณเดินมาจนสุดซอย คุณอาจจะรู้สึกอยากเดินกลับทางเดิมแทบแย่แต่อีกซอยหนึ่งก็ใช้สีสันและกลิ่นเรียกร้องให้คุณเดินต่อไปเสียเหลือเกิน

โรงแรมวาคาบะ

  • Calara Ferrand

    เราทานมื้อค่ำกันที่โรงแรมค่ะ เรียวกังวาคาบะให้บริการอาหารชั้นเลิศ โดยจะทำอาหารจากเนื้อและปลากันบนเตาที่ฝังอยู่บนโต๊ะเลย บรรยากาศที่แขกเหรื่อจำนวนมากพักผ่อนกันในชุดยูกาตะทำให้รู้สึกถึงความดั้งเดิมมากเลยค่ะ ที่ร้านอาหารแห่งนี้มีเมนูเนื้อม้าด้วย ดังนั้นฉันขอแนะนำให้คุณมาลองทานนะคะถ้าคุณอยากลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยทานมาก่อน

    ไฮไลท์ของเรียวกังวาคาบะอยู่ที่บ่อออนเซนในห้องพักค่ะ ทำให้เราสามารถแช่ออนเซนคนเดียวได้อย่างเป็นส่วนตัว เรียวกังแห่งนี้มีบ่อออนเซนสองประเภท โดยคุณจะเลือกจองบ่อส่วนตัวหรือไปใช้บริการบ่อรวมก็ได้ทั้งสองแบบ อาหารเช้าจะเป็นสไตล์ "ทาปาส" (อาหารเรียกน้ำย่อยจานเล็กๆ) และเราก็ได้ทานอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมด้วยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    ห้องอาหารที่โรงแรมวาคาบะให้บรรยากาศแบบบาร์บีคิว พร้อมพื้นที่ปิ้งย่างตรงกลางโต๊ะเลยค่ะ ส่วนเมนูอื่นๆ ที่สั่งไว้ก็ทยอยเสิร์ฟกันมาเรื่อยๆ ทั้งเนื้อวัวคุมาโมโตะสีแดง เทมปุระ ซาชิมิ ซึ่งก็น่าจะพอทำให้อิ่มท้องได้สบายๆ ค่ะ หลังจากไปแวะพักย่อยอาหารในห้องพักสักครู่แล้ว ลองมาอาบน้ำตอนดึกกันไหมคะเพราะช่วงนี้บ่อออนเซนก็จะมีคนน้อยกว่าปกติมากแล้ว

    โรงแรมวาคาบะมีห้องพักสองแบบให้เลือก แบบหนึ่งคือสไตล์ญี่ปุ่นจ๋า ปูเสื่อทาทามิ ตกแต่งห้องด้วยเครื่องประดับแบบญี่ปุ่นโบราณ ส่วนอีกแบบหนึ่งจะมีความเป็นตะวันตกมากกว่า โดยใช้เสื่อทาทามิรองโต๊ะกาแฟเท่านั้น และมีเตียงยกสูงให้ในห้อง อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมประกอบด้วยปลาย่าง ข้าว และแซลมอน ซึ่งความพิถีพิถันสไตล์กูร์เมต์เช่นนี้คงทำให้นักชิมอาหารชั้นเลิศต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน

วันที่สี่

โรงแรมวาคาบะ

  • Calara Ferrand

    ทางเข้าศาลเจ้าคามิชิคิมิ คุมาโนอิมาสึเงียบสงบกลืนไปกับธรรมชาติเลยค่ะ ป่าสนซีดาร์แผ่ขยายไปตามทางที่นำขึ้นไปสู่ศาลเจ้าหลัก แผ่นหินขั้นบันไดบางขั้นก็ดูแปลกแตกต่างออกไปแต่สภาพเดิมๆ แบบไม่มีการปรุงแต่งใดๆ อย่างนั้นก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ระหว่างทางขึ้นไปที่ศาลเจ้า คุณจะพบกับโถงสักการะที่สวยน่าดึงดูดใจซึ่งจัดไว้ให้สำหรับผู้ที่มาสักการะ หลังจากนั้น เรามุ่งหน้าไปที่ถ้ำหินใหญ่ที่มีชื่อว่า "อุเกะโทอิวะ" และจากถ้ำนั้น เราจะได้เห็นวิวสวยๆ ในอีกด้านหนึ่งของภูเขา

    ร้านนี้เป็นร้านราเมนชื่อดังในคุมาโมโตะค่ะ เราจึงได้นั่งทานราเมนพร้อมกับคนท้องถิ่นและคนที่มากันเป็นครอบครัว ข้าวหน้าหมูย่างที่เราสั่งกันมาพร้อมราเมนช่วยเสริมให้รสชาติโดยรวมดีขึ้นไปอีกค่ะ

    ประสบการณ์การใส่ชุดกิโมโน เมื่อคุณมาถึงร้าน คุณจะต้องเลือกชุดกิโมโนและถุงเท้าไว้ใส่พร้อมกับเกตะ (เกี๊ยะไม้) หลังจากนั้น พนักงานหญิงชาวญี่ปุ่นจะมาช่วยเราแต่งตัวในห้องแต่งตัว เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดกิโมโนเสร็จแล้ว เราก็จะไปถ่ายรูปกันในสวนสาธารณะข้างร้าน ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นเลยค่ะ คุณสามารถเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติตามเส้นทางวงกลมในสวนสาธารณะซุยเซนจิได้ด้วยนะคะ

    ถ้าคุณต้องบินตั้งแต่เช้าตรู่หรือไฟล์ทดึกมาก ลองซื้อข้าวกล่องเบนโตะที่เรียกว่า "โซระเบน" ไปทานบนเครื่องดูไหมคะ คุณจะเห็นโซระเบนในรูปแบบต่างๆ ได้ในเที่ยวบินทั่วญี่ปุ่นเลยค่ะ

  • Samantha LASSAUX

    คามิชิคิมิ คุมาโนอิมาสึเป็นศาลเจ้าที่โดดเด่นในด้านบรรยากาศอันลึกลับ โคมไฟหินเก่าแก่เรียงเป็นแถวยาวระหว่างต้นไม้สูงที่ขึ้นอย่างแน่นหนาล้อมรอบบันไดหินที่ขั้นไม่เสมอกัน ศาลเจ้าหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในป่าอาจไม่ได้ดูหรูหราที่สุด แต่เสน่ห์ในความสมถะนี่แหละที่กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างได้เป็นอย่างดี

    อาจิเซนราเมนเป็นร้านราเมนที่มีสไตล์แบบที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบกันอย่างมาก คือเรียบง่าย เร็ว และอร่อย ร้านนี้มักมีลูกค้าเต็มอยู่เสมอ และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านราเมนที่ได้รับความนิยมมากในคุมาโมโตะด้วยค่ะ

    เรามีกิโมโนหลากสีสันให้เลือกมากมาย แต่เมื่อเลือกได้แล้ว การแต่งชุดและการจัดทรงผมก็ใช้เวลาเพียงแป๊บเดียวเองค่ะ ข้อดีที่สุดของบูติกร้านนี้ก็คงเป็นที่ตั้งของร้านซึ่งอยู่ข้างสวนซุยเซนจิอันงดงามนี่แหละค่ะ หากคุณได้ใส่ชุดกิโมโนในบรรยากาศเรียบง่ายมีเสน่ห์แบบชนบทอย่างนี้ รับรองว่ารูปที่ถ่ายออกมาได้จะสวยราวกับให้ช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายให้เลยค่ะ แถมยังได้ความทรงจำดีๆ ที่ไม่มีวันลืมเลือนจากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คุโรคาวะออนเซ็น สนามบินอะโสะคุมาโมโตะ
คิวชูโอดันบัส
ประมาณ 2 ชั่วโมง 2,000 เยน

สนามบินอะโสะคุมาโมโตะ

JAL (JAL Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Calara Ferrand

    ประสบการณ์ที่ทำให้ฉันประทับใจมากที่สุดระหว่างทริปนี้คือการนั่งเฮลิคอปเตอร์ข้ามภูเขาอาโสะนี่แหละค่ะ แถบภูเขาไฟในคุมาโมโตะน่าดึงดูดใจมากจนฉันอยากจะอยู่ต่ออีกสักหน่อยจะได้ไปปีนให้ถึงยอดภูเขาไฟเลยค่ะ ถ้าคุณอยากเห็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่นพร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ไปด้วย อย่างเช่นเล่นกีฬา ฉันก็แนะนำให้คุณไปตามเส้นทางท่องเที่ยวของฉันในครั้งนี้ได้เลยค่ะ เพราะนอกจากคุณจะได้ขยับร่างกายแล้ว คุณก็จะได้ผ่อนคลายในออนเซน เรียวกัง และเมืองคุโรคาวะด้วยค่ะ ส่วนสองวันในโตเกียวตอนเริ่มต้นทัวร์จะทำให้คุณได้เห็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลจริงๆ

  • Samantha LASSAUX

    โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่ทำให้ฉันได้เห็นโลกใหม่ที่ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปมาก่อนค่ะ การมาเที่ยวญี่ปุ่นโดยไม่ได้เที่ยวชมเมืองหลวงน่าจะทำให้นักท่องเที่ยวอดสัมผัสจิตวิญญาณของญี่ปุ่นไปบางส่วนนะคะ และการใช้เวลาสองสามวันกับมหานครที่ไม่เคยหลับแห่งนี้จะทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ทั้งน่าหลงใหล ผ่อนคลาย ตื่นเต้น พูดสั้นๆ เลยก็คือเป็นการผจญภัยที่ไม่อาจโต้แย้งได้เลย ส่วนคุมาโมโตะนี่เป็นเหมือนรักแรกพบเลยค่ะ การมาเที่ยวสั้นๆ ที่จังหวัดนี้ทำให้ได้เห็นถึงญี่ปุ่นทั้งในแง่มุมความดั้งเดิม อย่างเช่นบ่อน้ำพุร้อน เนื้อวัวนุ่มลิ้น แต่ก็มีแง่มุมอื่นที่ไม่นึกว่าจะพบได้ในญี่ปุ่นอีกมากมายด้วยเช่นกัน เอาจริงๆ แล้ว คุมาโมโตะมีครบทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหารจานเด็ดประจำถิ่น ชายทะเล ภูเขา ภูเขาไฟ น้ำพุร้อน... อ้อ ใช่ ลืมไปเลยค่ะว่ามีอยู่อย่างหนึ่งที่คุมาโมโตะขาดแคลนอย่างมากเลยค่ะ นั่นก็คือเวลา เวลาเพื่อให้ได้สำรวจมากกว่านี้

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ในโครงการท่องเที่ยวนี้ ฉันสนุกสนานกับธรรมชาติและความรู้สึกน่าตื่นเต้นมากเลยค่ะ หลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างย่านเมืองหลวงกับประวัติศาสตร์และธรรมชาติในวันแรกที่อยู่โตเกียวกันแล้ว ฉันก็ไปเที่ยวที่จังหวัดคุมาโมโตะในภูมิภาคคิวชู ซึ่งเป็นจังหวัดที่ฉันอยากแนะนำให้มาเที่ยวชมกันเยอะๆ ค่ะถ้าคุณมีโอกาสได้มาญี่ปุ่น แผนการเดินทางในโครงการนี้มีหลายเส้นทางที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากนัก ดังนั้นฉันจึงเชื่อว่าคุณจะได้สัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ ที่พิเศษหากมาเที่ยวในแถบนี้แน่นอนค่ะ

Calara Ferrand
ช่างภาพมืออาชีพ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว และผู้จัดการบล็อก "wildroad.fr"
ที่อยู่อาศัย:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยว

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    มาญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 2

เสียงจากนักท่องเที่ยว

คุมาโมโตะ จังหวัดชายทะเลเล็กๆ ใจกลางเกาะคิวชู คือจังหวัดที่คนชอบญี่ปุ่นไม่ควรพลาด คุมาโมโตะมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นในแง่มุมที่มีความดั้งเดิมอยู่สูงและเป็นที่รู้จักกันดี แต่ก็สามารถสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่อาจลืมได้ด้วยเช่นกัน ทริปคุมาโมโตะที่จับคู่กับทริปโตเกียวระยะสั้นจะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ในญี่ปุ่น พ้นจากแนวทางเดิมๆ ค่ะ

Samantha LASSAUX
บรรณาธิการ
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    วัฒนธรรมญี่ปุ่น นิกายชินโต ไคเซกิ

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมา 9 ปีแล้ว

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © KYUSHU & TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.