We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
NAGASAKI
  • TOKYO
  • NAGASAKI

NATURE MEETS TECHNOLOGY

สัมผัสโลกศิลปะดิจิตัลสุดล้ำในโอไดบะ โตเกียว จากนั้นออกเดินทางไปยังหมู่เกาะอันห่างไกลในจังหวัดนางาซากิ ที่นี่ คุณจะได้ลองการแคมปิ้งสุดพิเศษที่เรียกว่า "แกลมปิ้ง (glamping)" เพลิดเพลินไปกับการเดินทางที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว


Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://www.facebook.com/nagasaki.th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : September, 2019 Fabrice Dubesset
    บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:ฝรั่งเศส
  • Traveled : September, 2019 Claire LEDOUX
    พนักงานบริษัทในประเทศญี่ปุ่นและนักข่าวของ Kanpai! (หนังสือนำเที่ยวประเทศญี่ปุ่นภาษาฝรั่งเศส)
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

JAL ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Fabrice Dubesset

    เที่ยวบินระหว่างประเทศของ JAL: เที่ยวบินของ JAL จากปารีสไปโตเกียวใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงแต่ผมกลับรู้สึกว่าไม่ได้นานขนาดนั้น JAL เป็นสายการบินที่ผมแนะนำสำหรับการบินมาญี่ปุ่น ผมพอใจกับเที่ยวบินเพราะมีการบริการที่ดีเยี่ยมและพื้นที่นั่งกว้างขวางซึ่งคนที่ตัวใหญ่ๆ น่าจะชอบ อาหารบนเครื่องบินก็ให้มาในปริมาณจุใจ และมีภาพยนตร์ให้เลือกดูมากมายที่ที่นั่ง ทำให้คุณรู้สึกสบายกับช่วงเวลาบนเครื่องบินมากขึ้น

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

teamLab Borderless โอไดบะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

teamLab Borderless โอไดบะ

กลุ่มความร่วมมือด้านงานศิลปะ ทีมแล็บ (teamLab) ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีแผนผังขึ้นในโอไดบะ ด้วยแนวคิดของโลกแห่งศิลปะไร้พรมแดน
ศิลปะไร้พรมแดนก้าวออกมาจากห้องจัดแสดง สื่อสารกับผลงานอื่นๆ ได้รับอิทธิพล ตอบโต้โดยไม่มีพรมแดน และบางครั้งก็ผสมผสานกับผลงานอื่นๆ
ที่นี่เป็นเสมือนโลกหนึ่งใบที่เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีพรมแดนด้วยงานศิลปะกลุ่มต่างๆ
มาดื่มด่ำไปกับศิลปะไร้พรมแดนในโลกสามมิติขนาดใหญ่ ซับซ้อน ขนาด 10,000 ตารางเมตร ออกเดินทาง สำรวจอย่างมีจุดหมาย และสร้างโลกใหม่ร่วมกับผู้อื่น เชิญคุณมาเยี่ยมชม teamLab Borderless เพื่อค้นพบโลกใบนี้

  • Fabrice Dubesset

    teamLab Borderless Odaiba: teamLab Borderless Odaiba เป็นสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์จนยากจะลืมเลือน พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตัลแห่งนี้จะทำให้คุณตกอยู่ในโลกอันน่าพิศวงและชวนฝัน ห้องแต่ละห้องเป็นส่วนหนึ่งของแกลเลอรี่ที่ใช้การเล่นแสงสีทำให้คุณเหมือนเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ระหว่างที่คุณกำลังสำรวจโลกใหม่นั้น ร่างกายของคุณเองจะสร้างโลกแห่งศิลปะขึ้นมา นอกจากนี้ ที่พิพิธภัณฑ์นี้ยังมีห้องพิธีชงชาที่จะมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ราวกับเวทมนตร์

    อาหารกลางวันที่ดาเตะนาริยะ: โอไดบะเป็นย่านดังที่เต็มไปด้วยฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ต ร้านค้า และอาคารเพื่อความบันเทิง ร้านดาเตะนาริยะ (Datenariya) ที่ VenusFort เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสำหรับคนรักเนื้อ โดยเฉพาะลิ้นวัว นี่เป็นร้านอาหารที่เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนชาร์จพลังก่อนที่จะไปผจญภัยต่อ

  • Claire LEDOUX

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตัล อาคาร MORI: teamLab Borderless Odaiba คือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ทางด้านประสาทสัมผัสที่น่าตื่นตาตื่นใจ คุณสามารถสัมผัสผนัง เข้าไปอยู่ท่ามกลางภาพฉาย พร้อมเสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างนุ่มนวล ซึ่งจะทำให้คุณได้รับความเพลิดเพลินจากการได้เห็น ได้ยิน และสัมผัส พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตด้วยผลงานภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ถูกฉายลงบนผนัง เวลาของที่นี่ก็เหมือนจะถูกหยุดไว้ จึงทำให้สามารถพินิจพิเคราะห์และมีสมาธิกับผลงานต่างๆ ได้ ฉันแนะนำให้ไปชมร้านชา En Tea House ด้วย เพื่อสัมผัสกับความคิดสร้างสรรค์แบบสุดๆ

    อาหารกลางวันที่ดาเตะนาริยะ: เนื้อสัตว์ที่ร้านนี้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษคือลิ้นวัว ซึ่งมีความสุดยอดเกินคาด พื้นที่ในส่วนสำหรับทานอาหารของร้านสะอาดเรียบร้อยและมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พนักงานก็มีความสุภาพและมีความใส่ใจในการให้บริการมากๆ นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากจังหวัดเซ็นไดและมิยางิจำหน่ายอีกด้วย

รถไฟ
ประมาณ 12 นาที

รถไฟ (JR)
ประมาณ 10 นาที

ชิบุยะmore

ชิบุยะ

ศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหารสุดอินเทรนด์ บาร์ คลับและไลฟ์เฮ้าส์ ห้างสรรพค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เรียงรายตอบสนองทุกความต้องการอันร้อนแรงของเหล่าวัยรุ่น ยิ่งถ้าต้องการของน่ารักสดใสสุดแสนคาวาอี้ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดการมาชิบูย่าเชียวนะ ช้อปเสร็จก็พักผ่อนฝากท้องกับคาเฟ่มีสไตล์และร้านอาหารจุกจิกราคาเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรูปปั้นสุนัข ฮาจิโกะ" และ “ทางม้าลายยักษ์ข้ามถนนห้าแยก” ที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม"

  • Fabrice Dubesset

    ชิบุยะ: ชิบุยะเป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวที่คุณจะต้องมาเยือน คลื่นมนุษย์ที่เดินข้ามสี่แยกขนาดยักษ์ไหลเบียดกันไปในชิบุยะ นอกจากนี้ ชิบุยะยังมีชื่อเสียงจากเรื่องราวของฮาจิโกะ และยังมีร้านอาหารและห้างร้านบนตึกสูงจำนวนมาก ทุกๆ คืน เจ้าสุนัขฮาจิโกะจะยืนรอเจ้าของอยู่ที่สถานีชิบุยะ และตอนนี้รูปปั้นของฮาจิโกะก็กลายมาเป็นจุดนัดพบที่มีชื่อเสียง

  • Claire LEDOUX

    ชิบุยะ: หลังจากเดินเที่ยวไปตามจุดต่างๆ เช่น รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชิบุยะ ทางแยกขนาดใหญ่ และถ่ายรูปที่ตู้พุริคุระ ฉันก็ไปยังย่านใหม่ของชิบุยะ ร้านอาหารและคาเฟ่ในห้าง Shibuya Stream ที่เปิดให้บริการในปี 2018 ต่างเป็นร้านที่มีความทันสมัย ซึ่งทำให้ฉันได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแบบโมเดิร์น การได้เดินเล่นไปตามทางเดินริมแม่น้ำพาฉันไปยังย่านเอบิสุ ระหว่างทางเราได้ผ่าน Shibuya Bridge ซึ่งได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากชานชาลาของสถานีรถไฟด้วย การก่อสร้างในพื้นที่นี้มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2027 ซึ่งจะทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่สวยงามให้ได้มาค้นหาอย่างแน่นอน

รถไฟ (JR)
ประมาณ 3 นาที

เอบิสุ โยโกะโจmore

เอบิสุ โยโกะโจ

ป้ายไฟนีออนและโคมไฟสีแดงจ้าบอกว่าคุณได้มาถึงเอบิสุ โยโกะโจแล้ว
นี่คือย่านบาร์และร้านอาหารที่คึกคักจอแจภายในตรอกที่มีหลังคา เป็นจุดแวะพักแห่งแรกที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยวชมความบันเทิงยามค่ำคืน ด้วยร้านค้าที่หลากหลาย ซึ่งมีตั้งแต่บาร์ไวน์เก๋ๆ ร้านอาหารเสียบไม้ย่างคุชิยากิ และร้านที่เน้นวัตถุดิบเห็ดเป็นหลัก ไปจนถึงร้านเนื้อย่างยากินิคุ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการมาทำความรู้จักเพื่อนใหม่ การได้แวะไปตามบาร์ต่างๆ ในยามค่ำคืนในขณะที่บาร์และร้านอาหารทั้งหมดเปิดอยู่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

  • Fabrice Dubesset

    เอบิสุโยโกะโจ: เอบิสุโยโกะโจนั้นคึกคักไปด้วยร้านอาหาร ตรอกแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยร้านอิซากายะและร้านอาหารที่มีบรรยากาศที่ลุ่มลึก สีสัน กลิ่น และการออกแบบร้านค้าทำให้เกิดเสน่ห์ดึงดูด บรรยากาศสบายๆ แผ่ออกมาผ่านทางเข้าสีสันสดใส และที่นี่ คุณจะได้สนุกไปกับโตเกียวในด้านที่แตกต่างไปจากตอนกลางวัน

    อาหารค่ำที่ฮามายากิ ซาคาบะ อุโอมารุ: ฮามายากิ ซาคาบะ อุโอมารุ ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเอบิสุโยโกะโจ คุณสามารถอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารทะเลหลากหลายอย่างเช่นซาชิมิได้ที่นี่ ผมชอบบรรยากาศในร้านที่มีคนมาแวะนั่งดื่มเบียร์หลังเลิกงาน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้ลองอาหารญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และกลุ่มเพื่อนที่คุยกันอย่างออกรส ที่นี่เหมาะมากสำหรับการเฝ้าสังเกตส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

  • Claire LEDOUX

    เอบิสุโยโกะโจ: เอบิสุโยโกะโจคือตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย ซึ่งมีเมนูเด็ดให้เลือกหลากหลาย คุณสามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นปลาย่าง ซาชิมิ หรือไก่เสียบไม้ย่าง ตรอกแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ควรจะได้มาสัมผัสบรรยากาศสนุกสนานในช่วงหลังเลิกงานของญี่ปุ่น

    อาหารค่ำที่ฮามายากิ ซาคาบะ อุโอมารุ: ร้านฮามายากิ ซาคาบะ อุโอมารุเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่กลางตรอกเอบิสุโยโกะโจ มีบรรยากาศเป็นกันเองซึ่งสะท้อนความเป็นย่านนี้ได้อย่างดี ฉันชอบซาชิมิและอาหารทะเลสดๆ และรสชาติเยี่ยมของที่นี่ นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีอาหารทอด เช่น โกโบทอด (รากเบอร์ด็อก) หรือโครเก็ตต์เนื้อปูอีกด้วย

ภายในกรุงโตเกียว

วันที่สอง

KYUSHU(NAGASAKI)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

JAL (Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

  • Fabrice Dubesset

    เที่ยวบินภายในประเทศของ JAL: ผมบินไปนางาซากิด้วยสายการบิน JAL และเดินทางไปหมู่เกาะโกโตจากที่นั่น การนั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ไปสนามบินฮาเนดะใช้เวลาไม่นาน ขั้นตอนการเช็กอินก็รวดเร็ว ซึ่งเป็นปกติในประเทศญี่ปุ่น และเครื่องบินก็ออกตรงเวลา นอกจากนี้ ยังมีตั๋วพิเศษที่เรียกว่า Japan Explorer Pass ซึ่งสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติ ดังนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติควรใช้ตั๋วประเภทนี้ให้ได้!

  • Claire LEDOUX

    เที่ยวบินภายในประเทศของ JAL: เที่ยวบินระหว่างโตเกียว (ฮาเนดะ) และนางาซากิใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งรวดเร็วกว่าการเดินทางทางบกมาก ที่นั่งบนเที่ยวบินของสายการบิน JAL มีความสะดวกสบายและการบริการของพนักงานต้อนรับก็ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เที่ยวบินของผมออกและถึงตรงเวลา

สนามบินนางาซากิmore

สนามบินนางาซากิ

สนามบินนางาซากินั้นเป็นสนามบินนานาชาติซึ่งมีเที่ยวบินต่างประเทศไปยังเซี่ยงไฮ้และโซล
สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินแห่งแรกในโลกที่สร้างบนมหาสมุทรโดยการถมทะเล
แผนกข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ชั้นแรกนั้นมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับจังหวัดนางาซากิให้บริการ

เครื่องบิน
30 นาที

รถแท็กซี่
15 นาที

  • Fabrice Dubesset

    อดีตบ้านของไดเมียวโกโต สวน และสระชินจิกะอิเคะ: แม้จะค่อนข้างน่าผิดหวังที่มีนักท่องเที่ยวมาที่นี่ไม่มาก แต่ปราสาทอิชิดะและเกาะฟุคุเอะเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่าพึงพอใจมาก ปราสาทอิชิดะสร้างขึ้นในปี 1863 และยังคงมีคูเมือง กำแพงหิน และสวนที่งดงามที่สุดหลงเหลือให้เห็นอยู่

    อาหารกลางวันที่สึบากิชายะ: ร้านสึบากิชายะจะต้องถูกใจคุณแน่นอน ร้านอาหารนี้มีผนังกระจกที่ทำให้คุณมองเห็นทะเลที่อยู่ใกล้ๆ ได้ คุณสามารถอิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลสดๆ ที่จับที่เกาะโกโตแล้วนำมาย่างตรงหน้าคุณ ผมสนุกไปกับการชมวิวทะเลไประหว่างรอให้อาหารสุก และผมก็ชอบที่นี่มาก

  • Claire LEDOUX

    อดีตบ้านของไดเมียวโกโต สวน และสระชินจิกะอิเคะ: บ้านหลังนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 เป็นบ้านที่มีความงดงาม พร้อมสวนสวยที่มีรูปร่างเป็นตัวอักษรญี่ปุ่นคำว่า “หัวใจ” หากคุณมองอย่างละเอียดและใช้จินตนาการอีกนิด คุณจะได้พบกับเต่าที่อยู่ในสวน เนื่องจากของบางอย่างในสวนมีรูปร่างคล้ายเต่า อีกทั้งยังมีการจัดวางหินให้มีรูปร่างเหมือนเต่าภายในสวนอีกด้วย บ้านหลังนี้ถือครองโดยทายาทรุ่นที่ 35 ของตระกูลโกโต ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คุณอาจได้พบกับเจ้าของตัวจริงของสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้

    อาหารกลางวันที่สึบากิชายะ: ร้านสึบากิชายะเป็นร้านอาหารที่ให้บริการอย่างอบอุ่น และเนื่องจากเป็นร้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวของอ่าวและหน้าผาได้เต็มๆ ห้องที่ฉันได้ทานอาหารกลางวันนั้นสร้างขึ้นจากไม้ ซึ่งการได้ชมวิวของอ่าวผ่านทางหน้าต่างกระจกก็ทำให้ฉันรู้สึกราวกับได้นั่งอยู่ข้างนอกเลยค่ะ อาหารของที่นี่มีรสชาติอร่อยและมีสีสันสดใส ฉันชอบอาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผัก และยังได้ตบท้ายด้วยอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นอย่างอุด้งของหมู่เกาะโกโตอีกด้วย

ประภาคารโอเซซากิและเส้นทางเดินเขาmore

ประภาคารโอเซซากิและเส้นทางเดินเขา

ประภาคารโอเซซากิตั้งอยู่ที่หน้าผาโอเซซากิซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนด้วยคลื่นที่รุนแรงของทะเลจีนตะวันออก เส้นทางเดินเขาที่งดงามจะนำคุณไปสู่ประภาคารซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับนักเดินเขาระดับเริ่มต้นจนถึงระดับกลาง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (ไปกลับ) เมื่อคุณขึ้นไปถึงประภาคาร วิวที่งดงามของทะเลและหน้าผาโอเซซากิจะทำให้คุณตื่นตะลึงจนแทบลืมหายใจ

  • Fabrice Dubesset

    ประภาคารโอเซซากิเป็นจุดที่พลาดไม่ได้บนเกาะฟุคุเอะ เส้นทางเดินระยะ 1.2 กม. นี้จะนำคุณไปสู่ประภาคารที่ดูเหมือนตั้งอยู่ที่ขอบโลก ผมชอบสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อคุณไปถึงประภาคาร คุณจะรู้สึกถึงพลังของมหาสมุทร ทั้งลม หน้าผา รวมถึงมหาสมุทร แล้วคุณจะไม่ตกหลุมรักมันได้อย่างไร

    อาหารค่ำที่ TAOFLAT KITCHEN: TAOFLAT KITCHEN เป็นที่ที่คุณสามารถลองทานอาหารที่ยังไม่เคยทานมาก่อน เป็นเหมือนการทดลองอย่างหนึ่ง ร้านนี้มีอาหารชั้นสูงที่ผมไม่เคยกินมาก่อนและตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ เชฟของร้านผสมผสานรสชาติต่างๆ เข้าด้วยกันและใช้เฉพาะวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อปรุงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ผมหลงรักที่นี่เลยล่ะครับ

  • Claire LEDOUX

    เราเดินทางโดยรถยนต์มาถึงเส้นทางเดินเขา และมองเห็นประภาคารได้จากระยะไกล ซึ่งมองทีแรกดูเหมือนว่าจะต้องเดินไกล แต่จริงๆ แล้วกลับใช้เวลาในการเดินไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น (ไป 30 นาทีและกลับ 40 นาที) วิวจากประภาคารและหน้าผาที่อยู่ด้านหลังเป็นวิวที่น่าประทับใจ ให้ความผ่อนคลายและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ เราสามารถอยู่ตรงนั้นได้เป็นชั่วโมงๆ เลยค่ะ นี่คือหนึ่งในจุดที่สวยงามที่สุดของทริปนี้

    อาหารค่ำที่ TAOFLAT KITCHEN: ร้านอาหารแห่งนี้เสิร์ฟอาหารที่ผสมผสานทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารตะวันตกเข้าด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยม อาหารเรียกน้ำย่อยก็ทำได้เช่นเดียวกับต้นตำรับได้แก่ คานเนลโลนี (พาสต้า) หมึกดำ ยัดไส้ด้วยมะเขือม่วงบด โรยหน้าด้วยองุ่นมัสคัตและมะกอกดำ เมนูต่างๆ มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น เราชอบอาหารมื้อนี้ ในขณะที่ได้ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ตกดินเหนือภูเขา

นอร์ดิสก์ วิลเลจ หมู่เกาะโกโตmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

นอร์ดิสก์ วิลเลจ หมู่เกาะโกโต

การแกลมปิ้ง (แคมปิ้งแบบหรู) ที่หมู่เกาะโกโตเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพลิดเพลินกับธรรมชาติและความหรูหราไปพร้อมๆ กันบนพื้นที่สำหรับตั้งแคมป์ที่งดงามและเงียบสงบแห่งนี้ ในเต็นท์มาพร้อมกับฟูก เครื่องทำความร้อน และอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงที่ทันสมัยอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีมื้อค่ำให้เลือกหลากหลาย เช่น อาหารแบบคอร์ส 4 เซ็ต, เซ็ตบาร์บีคิว หรือ DIY เลือกเองตามใจชอบ กิจกรรมนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตและพร้อมสำหรับการสำรวจเกาะโกโตในวันอื่นๆ

  • Fabrice Dubesset

    ประสบการณ์แกลมปิ้งบนเกาะอันห่างไกล (Nordisk Village Goto Islands): Nordisk Village บนหมู่เกาะโกโตมอบประสบการณ์ "แกลมปิ้ง (glamping)" ท่ามกลางทุ่งนาและป่า เต็นท์สไตล์สแกนดิเนเวียนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การนอนท่ามกลางหมู่ดาวอยู่ข้างๆ กองไฟในชนบทของญี่ปุ่นทำให้คุณสามารถมีช่วงเวลายามค่ำคืนราวกับต้องมนตร์ได้เลยล่ะ

  • Claire LEDOUX

    แกลมปิ้งเป็นประสบการณ์ที่รวมเอาความสะดวกสบายและความสนุกสนานเข้าด้วยกัน ภายในเต็นท์จะมีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็นขนาดเล็ก และยังมีพื้นที่นั่งเล่นสำหรับเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่ ห้องอาบน้ำและห้องน้ำจะตั้งอยู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งทั้งสะอาดและเข้าใช้งานได้สะดวก การก่อกองไฟในช่วงกลางคืนก็สร้างความผ่อนคลายในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยภูเขาและทุ่งนา เมื่อชินกับเสียงรอบๆ เราก็หลับอย่างสบายในเต็นท์ของเรา

วันที่สาม

นอร์ดิสก์ วิลเลจ หมู่เกาะโกโต

  • Fabrice Dubesset

    DIY - ทำตะเกียบของคุณเอง: คุณเคยคิดอยากทำตะเกียบของตัวเองไหม มีสถานที่หนึ่งบนเกาะโกโตที่ช่างฝีมือจะสอนให้คุณทำตะเกียบญี่ปุ่น และแน่นอนว่าคุณสามารถนำติดตัวกลับบ้านไปด้วยได้หลังจากทำเสร็จ! หลังจากผ่านประสบการณ์นี้ ความรู้สึกที่คุณมีต่อตะเกียบตามร้านอาหารจะแตกต่างไปจากเดิม นี่เป็นเวิร์กช็อปที่ยอดเยี่ยม

    อาหารกลางวันที่ซาการะ: ซาการะเป็นร้านอาหารที่ให้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลาย ผมชอบสถานที่ที่มีรสนิยมแบบนี้ อาหารชั้นเลิศถูกจัดเสิร์ฟอย่างสวยงามมาบนจานของร้านเอง นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ตะเกียบที่คุณทำเอง!

  • Claire LEDOUX

    DIY – ทำตะเกียบด้วยตัวคุณเอง: ในสมัยก่อน ย่านนี้เป็นย่านพักอาศัยของซามูไร ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านสวยๆ และหนึ่งในนั้นก็คือสถานที่ที่ฉันได้สัมผัสประสบการณ์การทำตะเกียบ ซึ่งมีขั้นตอนที่เรียบง่าย เพียงแค่เหลาไม้ที่ตัดเตรียมไว้แล้วตามเครื่องหมาย การทำให้ตะเกียบสองแท่งมีรูปร่างเหมือนกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ช่างฝีมือของที่นี่ก็จะช่วยสอนเคล็ดลับในการทำให้กับคุณ เมื่อได้รูปร่างและขนาดของตะเกียบตามต้องการแล้วก็นำไปเคลือบด้วยน้ำมันคามีเลียก็เป็นอันเสร็จสิ้น!

    อาหารกลางวันที่ร้านซาการะ: ร้านอาหารแห่งนี้มีความน่ารักและมีเมนูให้เลือกทานหลากหลาย ทั้งปลาและเนื้อสัตว์ โดยทุกๆ เมนูจะเสิร์ฟพร้อมกับซุปมิโสะและข้าว ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับฟุคุเอะซึ่งสามารถเดินทางไปสนามบินได้ง่าย

รถแท็กซี่
50 นาที

เรือเฟอร์รี่
170 นาที

ประสบการณ์การพักที่โคมินกะ - บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมmore

ประสบการณ์การพักที่โคมินกะ - บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

บ้าน "โคมินกะ" (บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) ทั้งหกหลังที่มีอายุกว่า 100 ปีได้รับการปรับปรุงและแปลงโฉมเป็นที่พักที่ยอดเยี่ยม บ้านโคมินกะแต่ละหลังมีด้านนอกเป็นไม้และด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ การพักที่โคมินกะจะทำให้คุณได้สัมผัสประเพณีดั้งเดิม ในขณะเดียวกันก็มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สะดวกสบาย และเป็นวิธีใช้เวลาในยามค่ำคืนที่สนุกสนานร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อน

  • Fabrice Dubesset

    โอจิคาโจ (ประสบการณ์การพักในบ้านโคมินกะ-บ้านญี่ปุ่นโบราณ): เกาะโอจิกะเป็นหนึ่งในเกาะที่น่าสนใจที่สุดในหมู่เกาะโกโต ในเมืองเก่าฟุเอฟุกิ คุณจะได้เห็นอาคารไม้โบราณแบบดั้งเดิมของโกโต ซึ่งมันนิจิโดในวัดอามิดะโดเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะโกโต
    คุณควรจะแวะที่โรงพิมพ์ OJIDAPPN ด้วย! ที่นี่มีสตูดิโอที่คุณสามารถพิมพ์นามบัตรในแบบของคุณเองได้ เกาะโอจิกะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ไปเยือนมากมาย เช่น ชายหาดอาคาฮามะ และศาลเจ้าโคจิมะที่ว่ากันว่าสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ 1,300 ปีก่อน เกาะนี้อัดแน่นไปด้วยความงามของธรรมชาติและญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่จะทำให้คุณหลงรัก

  • Claire LEDOUX

    โอจิคาโจ (ประสบการณ์การพักในบ้านโคมินกะ-บ้านญี่ปุ่นโบราณ): โอจิกะคือสถานที่แห่งหนึ่งบนหมู่เกาะโกโตและได้รับเลือกให้เป็น “หมู่บ้านที่สวยงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่น” ด้วยความที่เกาะยังคงภูมิทัศน์ของญี่ปุ่นไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เกาะแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยทะเลและเปี่ยมด้วยธรรมชาติอันงดงาม นอกจากนี้ ที่พักที่เป็นบ้านโคมินกะซึ่งเป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ก็น่าสนใจมาก ฉันได้เข้าพักที่บ้านโคมินกะที่มีอายุมากกว่า 100 ปีซึ่งทำให้ฉันได้ดื่มด่ำกับความงามในแบบญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่และได้ใช้เวลาอันสงบสุขที่นี่

วันที่สี่

ประสบการณ์การพักที่โคมินกะ - บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

เรือเฟอร์รี่
90 นาที

คุจูคุชิมะ เพิร์ล ซี รีสอร์ตmore

คุจูคุชิมะ เพิร์ล ซี รีสอร์ต

คุจูคุชิมะ เพิร์ล ซี รีสอร์ตนำเสนอกิจกรรมทางน้ำที่หลากหลาย เช่น การล่องเรือนำเที่ยวรอบหมู่เกาะคุจูจุ (Ninety-Nine Islands), พายเรือคายักในทะเล และการแล่นเรือยอชต์ นอกจากนี้ยังมีอควาเรียมในรีสอร์ตซึ่งจัดแสดงสิ่งมีชีวิตในน้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลบริเวณใกล้เคียง ในตอนเย็น ห้ามพลาดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่น่าตื่นตะลึงของคุจูคุชิมะจากจุดชมวิวอิชิดาเกะ

  • Fabrice Dubesset

    การได้สัมผัสกับซาเซโบะโคมะ ซึ่งเป็นลูกข่างญี่ปุ่นประเภทหนึ่งนั้นเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่งดงามที่สุดของทริป คู่สามีภรรยาคู่นี้อุทิศชีวิตให้กับการผลิตและเผยแพร่ซาเซโบะโคมะ ในเวิร์กช็อปของพวกเขา คุณสามารถลงสีลูกข่างของคุณเอง และเรียนรู้ศิลปะของเทคนิคการโยนลูกข่างได้ ผมบอกได้เลยว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น เมื่อคุณกลับไปบ้านแล้วคุณสามารถฝึกโยนลูกข่างโดยใช้ลูกข่างของคุณเองได้! คุณจะมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่นี่ สำหรับผมนี่เหมือนเป็นการค้นพบสมบัติเลยครับ

    อาหารกลางวันที่ HAMBURGER SHOP HIKARI - ซาเซโบะแฮมเบอร์เกอร์เป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่นจนเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ทหารเรือสหรัฐฯ เป็นผู้นำอาหารชนิดนี้เข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงยุค 50s และหลังจากนั้น มันก็กลายเป็นอาหารท้องถิ่นไปแล้ว เบอร์เกอร์นี้ชิ้นใหญ่มากจริงๆ!
    ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือ คุณเลยอาจจะได้เดินผ่านชาวประมงหรือนักเดินเรือจากกองทัพเรือญี่ปุ่นที่มาทานซาเซโบะเบอร์เกอร์ที่นี่

    คุจูคุชิมะ: วิวทิวทัศน์ของอ่าวคุจูคุชิมะ และเกาะทั้ง 208 เกาะเป็นวิวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวให้บริการข้อมูลแบบอัดแน่นและหลากหลาย โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับคุจูคุชิมะซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไซไก เกาะเล็กเกาะน้อยที่คุณมองเห็นระหว่างไปทัวร์นั่งเรือชมเกาะระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ออกเดินทางจากคุจูคุชิมะเพิร์ลซีรีสอร์ตนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ทิวทัศน์ตามธรรมชาติแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อน และอ่าวนี้ก็เป็นที่อยู่อาศัยของพืชที่เติบโตในทะเลหลากหลายสายพันธุ์ ปลา 1,000 สปีชีส์ พื้นที่ทำการประมงที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงฟาร์มหอยมุกและหอยนางรม
    ที่จุดชมวิวอิชิดาเกะ คุณจะได้เห็นวิว 360 องศาของอ่าวคุจูคุชิมะ จุดชมวิวนี้ตั้งอยู่ความสูงประมาณ 200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จึงเป็นที่ที่เหมาะมากสำหรับการชมวิวของคุจูคุชิมะ
    คุณสามารถมาดูพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นที่นี่ได้
    ทัศนียภาพของที่นี่งดงามจนถูกนำไปใช้ในตอนต้นของภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai อ่าวคุจูคุชิมะอยู่ในรายชื่อของ World's Most Beautiful Bays Club ร่วมกับ Mont-Saint Michael Bay และ Halong Bay อีกด้วย

  • Claire LEDOUX

    ประสบการณ์การลงสีลูกข่างซาเซโบะ (มีเฉพาะที่นางาซากิเท่านั้น) มีความน่าสนใจและสนุกสนาน ในตอนแรกเราจะได้ชมการสาธิตของช่างฝีมือและฝึกขว้างลูกข่างอย่างถูกวิธี ต่อจากนั้นจึงเป็นการลงสีตกแต่งลูกข่างของเราเอง การได้ออกแบบและลงสีทำให้กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์การทำงานฝีมือที่ดีที่สุดของทริปนี้

    อาหารกลางวันที่ HAMBURGER SHOP HIKARI: HAMBURGER SHOP HIKARI ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าโกบังไกในซาเซโบะพอร์ต เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในซาเซโบะ แฮมเบอร์เกอร์ของที่นี่อร่อยสุดยอด คุณสามารถนั่งทานนอกร้านที่เทอร์เรซ หรือจะสั่งกลับบ้านและนำไปนั่งทานบนม้านั่งที่ท่าเรือหรือบนท่าเทียบเรือก็ได้ ที่นี่เป็นร้านที่ยอดเยี่ยมที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย

    คุจูคุชิมะ: เราล่องเรือไปรอบๆ คุจูคุจิมะ (ซึ่งหมายถึงเกาะ 99 เกาะ) ด้วยเรือมิไรซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวที่ออกแบบให้เหมือนกับเรือโจรสลัด ความจริงแล้ว ที่นี่มีเกาะต่างๆ อยู่ถึง 208 เกาะ แต่ที่เรียก 99 เกาะ เพราะจะสื่อถึงการมีเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก คุจูคุชิมะเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไซไค โดยมีเพียง 4 เกาะเท่านั้นที่มีคนอาศัยอยู่ การล่องเรือรอบหมู่เกาะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รูปร่างของบางเกาะเกิดจากกัดเซาะของลมและคลื่นเป็นเวลาหลายร้อยปี
    คุจูคุชิมะเพิร์ลซีรีสอร์ตมีกิจกรรมมากมายให้คุณได้ทำ ทั้งเยี่ยมชมอควาเรียม เช่าเรือคายัก ล่องเรือรอบๆ คุจูคุชิมะ และชมการแสดงโชว์ปลาโลมา

รถบัสด่วน
105 นาที

สนามบินนางาซากิ

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Fabrice Dubesset

    เที่ยวบินภายในประเทศของ ANA: ผมเดินทางกลับโตเกียวด้วยเที่ยวบินของสายการบิน ANA จากนางาซากิ เที่ยวบินใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงและเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก บนเครื่องมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารว่างอื่นๆ ฟรีด้วย ผมรู้สึกมีความสุขกับการบริการบนเที่ยวบินเที่ยวสั้นๆ เที่ยวนี้มาก
    ANA มีราคาพิเศษสองแบบที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เพราะราคาจะถูกกว่าปกติ

  • Claire LEDOUX

    เที่ยวบินภายในประเทศของ ANA: ฉันได้รับการต้อนรับด้วยแสงไฟสีรุ้งบนเพดานเมื่อก้าวขึ้นเครื่องบิน เที่ยวบินของสายการบิน ANA ระหว่างนางาซากิและโตเกียว (ฮาเนดะ) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงและออกตรงเวลา ที่นั่งมีความสะดวกสบายและพนักงานต้อนรับมีความเป็นมิตรและไว้วางใจได้

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Fabrice Dubesset

    แผนท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบนี้ทำให้ผมได้สัมผัสถึงแก่นของญี่ปุ่น ทั้งญี่ปุ่นสมัยใหม่ วัฒนธรรมญี่ปุ่น และเทคโนโลยีญี่ปุ่นที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งโดยมีโตเกียวเป็นตัวแทน อีกทั้งยังได้สัมผัสธรรมชาติและประเพณีของนางาซากิในคิวชูด้วย
    แง่มุมของญี่ปุ่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชาวเมือง หรือธรรมชาติจะทำให้คุณตกหลุมรัก ผมดีใจมากที่ได้ค้นพบญี่ปุ่นในสองแง่มุมที่แตกต่างกันตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนญี่ปุ่น และผมหลงรักหมู่เกาะโกโตและอ่าวคุจูคุชิมะเป็นพิเศษ

  • Claire LEDOUX

    ระหว่างที่อยู่ในโตเกียว ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานของเมืองและชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยผู้คน ตึกสูง และเทคโนโลยี ในขณะที่จังหวัดนางาซากิ ฉันได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจมากมายท่ามกลางบรรยากาศที่สงบมากกว่า และได้เรียนรู้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ทริปของฉันจึงได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากมายและสถานที่ที่ได้ไปต่างก็ทำให้ได้รับประสบการณ์อย่างเต็มเปี่ยม

เสียงจากนักท่องเที่ยว

คุณจะได้ค้นพบญี่ปุ่นในหลายๆ แง่มุมที่แตกต่างกัน ทั้งความเจริญของญี่ปุ่นในมหานครของโลกอย่างโตเกียว และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์บนหมู่เกาะโกโตซึ่งเป็นหมู่เกาะที่อยู่ตะวันตกสุดของคิวชู นี่เป็นแผนท่องเที่ยวในฝันของคนที่ชอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันมากๆ

Fabrice Dubesset
บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:ฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, วัฒนธรรม

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    ครั้งแรก

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ผู้คนที่ฉันได้พบในโตเกียวและนางาซากินั้นยอดเยี่ยมมากค่ะ แต่ละสถานที่ที่เลือกไปก็น่ามหัศจรรย์และมีความหลากหลาย และฉันก็ชอบสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับงานฝีมือด้วย มันเป็นทริปที่ประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ที่คิดมาแล้วเป็นอย่างดี ฉันได้สัมผัสกับทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยของโตเกียวไปจนถึงธรรมชาติของนางาซากิ สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลายต่างมีความเป็นเอกลักษณ์และมีให้เลือกมากมาย

Claire LEDOUX
พนักงานบริษัทในประเทศญี่ปุ่นและนักข่าวของ Kanpai! (หนังสือนำเที่ยวประเทศญี่ปุ่นภาษาฝรั่งเศส)
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    ธรรมชาติ วัด ประวัติศาสตร์ และท่องเที่ยวชมงานฝีมือ

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    3 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © KYUSHU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.