We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
KAGOSHIMA
  • TOKYO
  • KAGOSHIMA

FEEL THE EARTH

เยี่ยมชมหอศิลป์สึมิดะฮกไซที่แห่งนี้เก็บผลงานของศิลปินนามว่า ศิลปินคะไซฮกไซ ผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องภาพวาดอุคิโยะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ควรชื่นชมชิ้นยอดเยี่ยมคือ สามสิบหกวิวแห่งภูเขาไฟฟูจิ ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังภูเขาไฟซากุระจิมะที่ยังครุกรุ่นอยู่ ถือเป็นการเดินทางที่ได้สัมผัสกับพลังแห่งผืนแผ่นดินอย่างแท้จริง

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://www.kagoshima-kankou.com/for/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October, 2018 Victoria Brewood
    บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:ประเทศสหราชอาณาจักร
  • Traveled : October, 2018 Kathryn Wortley
    นักเขียนและนักข่าวสายท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศสหราชอาณาจักร

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์

ANA212 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Victoria Brewood

    เที่ยวบินที่ฉันนั่งมาจากลอนดอนถึงโตเกียวฮาเนดะเป็นเที่ยวบินตรงที่ออกได้อย่างตรงเวลา ฉันชอบอาหารที่ ANA เสิร์ฟบนเครื่องนะคะ โดยเฉพาะโซบะและ "โคโบสึ" หอมๆ ที่เป็นเครื่องดื่มประจำเที่ยวบิน ANA เราเลือกทานได้ทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเลยนะคะ ส่วนตัวฉันเลือกเมนูปลาซึ่งก็อร่อยมากค่ะ! พนักงานบริการน่ารักมากและบริการได้อย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

ข้างทางรถรางสายอะระคะวะmore

ข้างทางรถรางสายอะระคะวะ
รถรางสายอะระคะวะ เป็นรถรางที่เชื่อมต่อระหว่างมิโนะวะของเขตไทโทที่ยังมีบรรยากาศความเป็นชิตะมาจิ (ดาวน์ทาวน์) หลงเหลืออยู่อย่างเข้มข้น กับวาเซดะที่มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ให้บริการอย่างสบายๆและเงียบสงบจนคิดไม่ถึงว่าจะเป็นโตเกียว สามารถเพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับย่านช้อปปิ้ง , สวนสนุกอะระคะวะ , สวนสาธารณะอะสึคะยามะ , วัดโทเกะนุคิจิโซ , ศาลเจ้าคิชิโมจิน ....แหล่งท่องเที่ยวที่ปกติจะไม่ค่อยได้ไป ไม่มีการเดินทางใดที่จะเหมาะไปกว่าการเดินทางข้างทางรถไฟนี้อีกแล้ว หากต้องการลิ้มรสความรู้สึกของการเดินทางท่องเที่ยวในท้องถิ่น
  • Victoria Brewood

    ตอนเช้า เรานั่งรถรางสายโทเดน อาราคาวะ ซึ่งเหมือนเป็นลูกผสมระหว่างรถรางที่วิ่งบนถนนกับรถรางที่วิ่งบนรางจริงๆ เราไปกันที่สึกาโมะ โทเกนูกิ จิโจ ที่วัดโคกันจิ ซึ่งเราต้องตักน้ำมาล้างมือก่อนแล้วค่อยขอพร หลังจากนั้น เราก็ไปชิมขนมญี่ปุ่นที่ทำจากมันหวานและเดินเล่นในแถบนั้นค่ะ

    สำหรับมื้อเที่ยง เราทานเมนูปลาไหลกันที่ร้าน "ยัตสึเมยะ นิชิมูระ" ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยค่ะ เมนูที่เลือกมาเป็นเมนูข้าวหน้าปลาไหล ซึ่งมาพร้อมผักดองและซุปด้วยค่ะ ฉันคิดว่าปลาไหลเนื้อฉ่ำอร่อยดีค่ะ ที่ชั้นล่างของร้านเป็นครัวแบบเปิดซึ่งทำให้เราสามารถเห็นเชฟกำลังปรุงอาหารอยู่ ซึ่งก็น่าสนใจดีค่ะ

    เราแวะร้านกาแฟชื่อ "ปาป้าโนเอล" บนถนนคนเดินจอยฟูลมิโนวะ เจ้าของร้านเป็นคนชงโกโก้ร้อนให้เราเองกับมือเลยค่ะ เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เขาเคยพบกับจอห์น เลนนอน นักร้องชื่อดัง และไปเที่ยวที่นิวยอร์กมาเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ ดีใจจังค่ะที่ได้คุยกับคนท้องถิ่นบ้าง

  • Kathryn Wortley

    โทเดน อาราคาวะเป็นระบบรถรางสายสุดท้ายของโตเกียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ป้ายสึกาโมะทำให้นึกถึงโตเกียวสมัยก่อนมากเลยค่ะ

    อาหารกลางวันมื้ออร่อยของเราที่ร้านยัตสึเมยะ นิชิมูระเป็นอาหารจานเด็ดของที่นี่ ซึ่งก็คือปลาไหลย่างราดซอสหวานเนื้อข้น โปะลงบนข้าวสวยร้อนๆ ข้าวปลาย่างจานอร่อยที่อุดมไปด้วยวิตามินจานนี้มาพร้อมกับน้ำซุป แตงกวาดอง และชาเขียว หลังจากนั้นเราก็ได้ชมเชฟย่างปลาไหลกับเตาถ่านร้อนๆ อย่างเชี่ยวชาญตรงทางเข้าร้านด้วยค่ะ

    ถนนคนเดินจอยฟูลมิโนวะมีช้อปปิ้งอาเขตที่เต็มไปด้วยร้านรวงขายผักผลไม้ เนื้อและปลา กล่องข้าวเที่ยง และ(เนื้อย่างเสียบไม้หลากรส) ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เสื้อผ้า และสิ่งของอื่นๆ มากมายเลยค่ะ

โตเกียวเมโทร สายฮิบิยะ มิโนวะ --> อากิฮาบาระประมาณ 30 นาที

JR สายจูโอ อากิฮาบาระ --> เรียวโกกุ

หอศิลป์สึมิดะฮกไซmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

หอศิลป์สึมิดะฮกไซ
ในทัวร์ "เส้นทางราตรีโอไดบะ" รถสกายบัสสองชั้นที่ชั้นบนเปิดโล่งจะพาผู้โดยสารไปชมโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับไฟสว่างตัดกับท้องฟ้ายามราตรีและลอดใต้สะพานเรนโบว์บริดจ์! นอกจากนี้ รถสกายบัสยังแล่นบนทางด่วนระหว่างทางให้ผู้โดยสารรู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งเครื่องเล่นสวนสนุกอยู่ด้วยรถสกายบัสจะแวะที่อะควาซิตี้โอไดบะโดยให้เวลาอิสระแก่นักท่องเที่ยว 1 ชม.เพื่อทานอาหารหรือถ่ายรูปที่ระลึกที่มีเทพีสันติภาพและสะพานเรนโบว์บริดจ์เป็นฉากหลังทัวร์ความยาว 2 ชม.นี้เหมาะอย่างยื่งกับการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของโตเกียวหลากหลายแห่งในเวลาสั้น ๆ
  • Victoria Brewood

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อุทิศแด่คัตสึชิกะ โฮคุไซ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันโด่งดังอย่างเช่น คลื่นยักษ์และภูเขาฟูจิสีแดง ซึ่งเป็นผลงานจากคอลเลกชันภูเขาฟูจิ 36 วิว ที่มาตั้งพิพิธภัณฑ์อยู่ที่นี่ก็เพราะว่าโฮคุไซเกิดและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองนี้ ฉันชอบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของตึกพิพิธภัณฑ์นะคะ และสิ่งจัดแสดงถาวรก็ทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของศิลปินท่านนี้และงานพิมพ์ไม้มากขึ้นค่ะ ในห้องจัดแสดงถาวรมีงานศิลปะที่จำลองสถานการณ์ที่โฮคุไซกำลังทำงานร่วมกับลูกสาว ซึ่งหุ่นที่ตั้งอยู่นั้นดูเหมือนจริงมากจนฉันเกือบคิดว่านั่นเป็นคนจริงๆ แล้วค่ะ!

  • Kathryn Wortley

    พิพิธภัณฑ์สุมิดะ โฮคุไซเป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้แก่ศิลปินนักวาดภาพอุคิโยเอะสมัยศตวรรษที่ 18 นามว่าคัตสึชิกะ โฮคุไซ ผู้เป็นเจ้าของผลงานภาพพิมพ์ไม้ชื่อ "คลื่นยักษ์ชายฝั่งคานากาวะ" ที่เป็นภาพไอคอนประจำประเทศญี่ปุ่นค่ะ สิ่งจัดแสดงถาวรของที่นี่ไม่ได้มีแค่ภาพพิมพ์ของเขาเท่านั้นนะคะแต่ยังจัดแสดงเกี่ยวกับชีวิตของศิลปินท่านนี้ขณะอาศัยอยู่ในย่านสุมิดะและเทคนิคที่ใช้ ในช่วงที่เราไปเยี่ยมชม มีการจัดแสดงผลงานศิลปะรูปสะพานเป็นการชั่วคราวด้วยค่ะ

JR สายโซบุ รถไฟธรรมดา (จอดทุกสถานี)เรียวโกกุ --> อากิฮาบาระJR สายยามาโนเตะอากิฮาบาระ --> โตเกียว11 นาที

เดิน 3 นาที จากสถานีโตเกียว ทางออกทิศใต้มารุโนะอุจิ

SKY BUS TOKYO "เส้นทางราตรีโอไดบะ"more

SKY BUS TOKYO
ในทัวร์ "เส้นทางราตรีโอไดบะ" รถสกายบัสสองชั้นที่ชั้นบนเปิดโล่งจะพาผู้โดยสารไปชมโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับไฟสว่างตัดกับท้องฟ้ายามราตรีและลอดใต้สะพานเรนโบว์บริดจ์! นอกจากนี้ รถสกายบัสยังแล่นบนทางด่วนระหว่างทางให้ผู้โดยสารรู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งเครื่องเล่นสวนสนุกอยู่ด้วยรถสกายบัสจะแวะที่อะควาซิตี้โอไดบะโดยให้เวลาอิสระแก่นักท่องเที่ยว 1 ชม.เพื่อทานอาหารหรือถ่ายรูปที่ระลึกที่มีเทพีสันติภาพและสะพานเรนโบว์บริดจ์เป็นฉากหลังทัวร์ความยาว 2 ชม.นี้เหมาะอย่างยื่งกับการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของโตเกียวหลากหลายแห่งในเวลาสั้น ๆ
  • Victoria Brewood

    สกายบัสเป็นรถบัสนำเที่ยวที่เปิดหลังคาโล่งให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวเมืองได้อย่างสะดวก ฉันชอบดูโตเกียวทาวเวอร์กับสะพานสายรุ้งตอนกลางคืนมากเลยค่ะ และเพิ่งได้รู้ว่าที่จริงแล้วสะพานสายรุ้งจะติดไฟเป็นสีรุ้งแค่ช่วงคริสต์มาสเท่านั้น ถ้าอยากชมเมือง สกายบัสก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ

    ร้านสึคิจิ ซูชิโกะมีเมนูซาชิมิ นิกิริ และข้าวปั้นให้เลือกอย่างหลากหลายมากเลยค่ะซึ่งสามารถสั่งแยกเป็นชิ้นหรือสั่งเป็นจานก็ได้ ฉันจึงสั่งนิกิริหลายๆ หน้ามาหนึ่งจาน และสั่งข้าวปั้นมาอีกจาน พนักงานเสิร์ฟนำกุ้งเทมปุระชิ้นเล็กๆ มาให้ลองทานด้วยค่ะ รสชาติอร่อยมาก

  • Kathryn Wortley

    เราได้ชมโตเกียวในยามค่ำคืนจากชั้นบนสุดของสกายบัส วิ่งผ่านสถานีโตเกียวและโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับประดาไฟ ก่อนวิ่งขึ้นสะพานสายรุ้งข้ามอ่าวโตเกียวไปที่โอไดบะ วิวแสงไฟระยิบระยับนับล้านยามค่ำคืนในกรุงโตเกียวนี่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้จริงๆ ค่ะ

    ร้านสึคิจิ ซูชิโกะเป็นร้านซูชิที่เสิร์ฟอาหารแต่ละจานได้อย่างสวยงาม โดยร้านตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างอควาซิตี้ ภายในตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนดูสว่างสดใสน่านั่ง เช่นเดียวกับบริการในร้านค่ะ ถ้าไปนั่งตรงเคาน์เตอร์ ลูกค้าก็สามารถชมเชฟซูชิทำอาหารให้ดูได้ด้วยนะคะ

โรงแรมมิตสึอิการ์เดน เคียวบาชิ

  • Victoria Brewood

    ห้องพักในโรงแรมมิตสึอิการ์เดน เคียวบาชิมีเตียงนุ่มนอนสบายและมีอุปกรณ์ครบทุกอย่างที่ต้องการเลยค่ะ รวมถึงชุดนอน ไดร์เป่าผม โทรทัศน์ และสายชาร์จโทรศัพท์ อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีตัวเลือกหลากหลายทั้งแบบร้อนและเย็น ฉันชอบสมูทตี้ที่มีให้ทานในช่วงเช้ามากเลยค่ะ

  • Kathryn Wortley

    ฉันเข้าพักที่โรงแรมมิตสึอิการ์เดน เคียวบาชิ ซึ่งกว้างขวาง สะดวกสบาย และเพลิดเพลินมากเลยค่ะ ห้องพักเป็นแบบสมัยใหม่ หมอนของโรงแรมฟูนุ่มด้วยค่ะ โรงแรมนี้เดินจากสถานีโตเกียวใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น มื้อเช้ามีเมนูไข่ให้เลือก 3 อย่างและมีบุฟเฟ่ต์ให้เลือกประมาณ 30 เมนูค่ะ

วันที่สอง

KYUSHU(KAGOSHIMA)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Victoria Brewood

    เที่ยวบิน ANA ของเราออกตรงเวลาพอดีและใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมงไปยังจังหวัดคาโกชิมะ พนักงานบริการอัธยาศัยดีมากค่ะ บนเครื่องมีบริการเครื่องดื่มฟรีอย่างเช่นน้ำแอปเปิล น้ำเปล่า หรือกาแฟ ฉันชอบที่บนเครื่องมีบริการ Wi-Fi ฟรีด้วยค่ะ ฉันจะได้เช็คอีเมลและอัพเดตเรื่องราวต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย

  • Kathryn Wortley

    การเช็คอินกับขึ้นเครื่องก็ราบรื่น เที่ยวบินของเราก็ตรงต่อเวลา และบริการก็ไร้ที่ติเลยค่ะ อย่างที่คาดหวังได้จาก ANA เครื่องบินสะอาดมากเลยค่ะ เบาะนั่งสบาย และเราก็ได้เครื่องดื่มเบาๆ ฟรีระหว่างเที่ยวบินด้วยค่ะ พวกเราได้ใช้บริการ Wi-Fi จาก ANA บนเครื่องด้วยค่ะ

สนามบินคาโกชิมะmore

สนามบินคาโกชิมะ
สนามบินคาโกชิมะตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาโกชิมะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 28 กม.เหนือที่ราบจูซันซึคาบารุ ซึ่งจะสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาคิริชิมะทางตะวันออกและซากุระจิมะทางตอนใต้ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นตำแหน่งของประตูสู่คาโกชิมะที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในวันที่มีท้องฟ้าแจ่มใส ให้ลองมุ่งหน้าไปที่จุดชมวิวบนดาดฟ้าของสนามบินเพื่อดูเครื่องบินรุ่นต่างๆ บินขึ้นและลง ตั้งแต่เครื่องบินเทอร์โบพร็อบไปจนถึงเครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่ โดยมีวิวของภูเขาคิริชิมะอันงดงามเป็นฉากหลัง สนามบินคาโกชิมะมีร้านรวงต่างๆ ที่จำหน่ายสินค้าจากคาโกชิมะให้ผู้โดยสารได้เลือกซื้ออย่างครบครัน ตั้งแต่ขนมหวานแสนอร่อย อาหารขึ้นชื่อจากคาโกชิมะ รวมถึงงานศิลปะและงานฝีมือที่ทำขึ้นโดยช่างฝีมือในท้องถิ่น ลองมาดูเก้าอี้อีมส์แบบย้อนยุคในโถงขาออกภายในประเทศที่ช่วยเพิ่มความทันสมัยให้แก่สนามบินแห่งนี้กันเถอะ
  • Victoria Brewood

    สนามบินคาโกชิมะมีบริการฟรี Wi-Fi และศูนย์ข้อมูล/ต้อนรับนักท่องเที่ยวเปิดใหม่ในอาคารผู้โดยสารขาเข้าด้วยค่ะ กระเป๋าสัมภาระของพวกเรามาถึงเร็ว เราจึงเดินตรงไปขึ้นรถเพื่อจะได้ไปเที่ยวในคาโกชิมะตามกำหนดการกันต่อทันที

    ที่จริงฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับสาเกญี่ปุ่นแค่ตอนที่อยู่ที่อังกฤษเท่านั้นค่ะ แต่โชจูเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากญี่ปุ่น ทำจากมันหวาน และเป็นที่นิยมอย่างมาก ฉันจึงรู้สึกสนใจมากค่ะที่ได้เห็นวิธีการผลิตโชจู นอกจากนั้นยังได้ทำงานศิลปะชิ้นเล็กๆ จากเศษแก้วขวดโชจูด้วยค่ะ เย็นนั้นฉันได้ลองดื่มโชจูดูแล้ว ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบทานแบบอุ่นๆ ผสมกับน้ำเปล่ามากกว่าค่ะ

    เซงกันเอนเป็นบ้านหรูที่สวยมากๆ และมีสวนญี่ปุ่นด้วย ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2201 เพื่อใช้เป็นบ้านหลังที่สองของชิมัตสึ มิตสึฮิสะ สวนเก่าแก่มีความสงบเยือกเย็นและน่าดึงดูดใจ มองเห็นวิวภูเขาไฟซากุระจิมะสวยๆ ด้วยค่ะ เราทานอาหารกลางวันกันในร้านอาหารที่มองออกไปเห็นสวนแห่งนี้ ทางร้านมีบริการอาหารท้องถิ่นประจำคาโกชิมะ รวมถึงหมูคุโรบูตะ บ้านหลังนี้มีแบบจำลองแจกันคู่ใบสวยที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองแห่งรัสเซียส่งมาเป็นของขวัญให้แก่ตระกูลชิมัตสึด้วยค่ะ

  • Kathryn Wortley

    วิธีพักผ่อนและยืดเส้นยืดสายหลังจบเที่ยวบินวิธีใดจะดีไปกว่าการจุ่มเท้าลงไปในบ่อสปาเท้าที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกล่ะคะ ซึ่งสนามบินคาโกชิมะก็มีบ่อสปาแบบนั้นจริงๆ ด้วย ดีใจมากค่ะ สนามบินนี้มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวและมุมเล็กๆ ให้คุณได้ชิมชาเขียวชื่อดังของคาโกชิมะฟรีๆ ด้วยค่ะ

    สถานะของพิพิธภัณฑ์ชิราคาเนะ อิชิงุระได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของญี่ปุ่น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อดูจากกำแพงหินขัดสีขาวสวยๆ และคานไม้โบราณของที่นี่ ทัวร์โรงงานทำให้เราได้เข้าใจลึกซึ้งถึงขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิม และยังได้ชม VR ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์โชจูและแก้วสีที่ทำจากเศษขวดแก้วโชจูบดละเอียดด้วยค่ะ

    ร้านอาหารเซงกันเอนดูสดใส ชวนให้เข้าไปทานดีนะคะ จากร้านก็มองเห็นวิวสวนเซงกันเอนสวยๆ และตึกโบราณ รวมถึงภูเขาซากุระจิมะและอ่าวคิงโกะ ฉันเลือกเมนูทงคัตสึที่ใช้เนื้อหมูดำอันขึ้นชื่อของคาโกชิมะ ซึ่งก็รสชาติดีเป็นที่น่าพอใจเลยค่ะ และฉันก็สั่งมาพร้อมกับเครื่องดื่มท้องถิ่นอร่อยๆ ดีต่อสุขภาพที่ใช้น้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบหลัก

ซากุระจิมะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ซากุระจิมะ
ซากุระจิมะที่ลอยอยู่กลางอ่าวคินโคเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิมะ แต่เดิมนั้นซากุระจิมะเป็นเกาะตามชื่อ (จิมะ แปลว่าเกาะในภาษาญี่ปุ่น) แต่ลาวาจากการปะทุของภูเขาไฟบนเกาะเมื่อปี 1914 ในยุคไทโชได้ไหลไปถมช่องแคบระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะซากุระจิมะ ทำให้ซากุระจิมะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรโอสุมิไป ในปัจจุบันมีผู้คนประมาณ 4,600 คนอาศัยอยู่บนเกาะภูเขาไฟซึ่งยังคงปะทุอยู่บ่อยครั้ง ผู้คนบนเกาะต่างได้รับประโยชน์ต่างๆ ของภูเขาไฟ รวมถึงพืชพันธุ์อย่างหัวไชเท้าซากุระจิมะและส้มแมนดารินซากุระจิมะ บ่อน้ำพุร้อนจำนวนมาก และทัศนียภาพของภูเขาและหมู่บ้าน
  • Victoria Brewood

    เรานั่งเรือข้ามฟากไปหาภูเขาไฟซากุระจิมะ ซึ่งเรือข้ามฟากที่เรานั่งนี้สามารถขนรถยนต์ข้ามไปได้ด้วยแต่เราออกจากรถขึ้นมาชั้นบนเพื่อชมวิวภูเขาไฟระหว่างที่เรือแล่น อากาศดีมากๆ ฉันถ่ายรูปภูเขาไฟสวยๆ จากระยะไกลได้หลายรูปเลยค่ะ

    เมื่อเราข้ามมาถึงซากุระจิมะแล้ว เราก็ได้ชมวิดีโอพิเศษซึ่งอธิบายว่าภูเขาไฟกำเนิดขึ้นได้อย่างไรและชีวิตใต้เงาภูเขาไฟเป็นอย่างไร เรือข้ามฟากของที่นี่จะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้คนสามารถหลบหนีออกจากเกาะได้ในกรณีที่เกิดเหตุภูเขาไฟปะทุ หลังจากรับชมวิดีโอเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปล้างเท้ากันที่สวนสาธารณะบ่อล้างเท้านางิสะกันค่ะ

    ต่อจากนั้นเราก็ขับรถไปกันที่หอสังเกตการณ์อาริมูระ ลาวา ซึ่งสามารถเห็นภูเขาไฟ ทุ่งลาวา และตัวเกาะได้แบบ 360 องศา ระหว่างที่พระอาทิตย์กำลังตกดินทำให้ได้เห็นว่าดินเถ้าภูเขาไฟมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่พืชพรรณเพียงใด

    การปะทุครั้งใหญ่ล่าสุดที่เกิดขึ้นในปี 2457 ทำให้เสาโทริอิสูง 3 เมตรของศาลเจ้าคุโรคามิจมหายจนเหลือแค่คานขวางด้านบนสุดให้เห็นเท่านั้น คนท้องถิ่นตัดสินใจทิ้งให้เสาจมอยู่เช่นนั้นเพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้เห็นถึงอันตรายของภูเขาไฟ ข้างๆ เสาเป็นต้นไทรเก่าแก่ที่รอดพ้นการปะทุครั้งนั้นมาได้ ระหว่างที่นั่งรถไปรอบเกาะ เราได้เห็นถุงใส่เถ้าภูเขาไฟวางอยู่นอกบ้านคนท้องถิ่น ซึ่งเขาจะเก็บไว้เพื่อนำไปกำจัดหรือรีไซเคิลค่ะ

    ในตอนเย็น เราไปทานอาหารค่ำกันที่ร้านอาหารท้องถิ่นบรรยากาศสบายๆ แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นมิตรมากๆ แต่ในร้านไม่มีเมนูให้นะคะ เจ้าของร้านจะทำอาหารที่ตนคิดว่าแขกน่าจะชอบแทน ฉันจึงได้ลองชิมซาชิมิเนื้อไก่เป็นครั้งแรกเลยค่ะ ซึ่งพอได้ทานกับขิงและซีอิ๊วก็ชอบอยู่นะคะ เย็นนี้มีความสุขมากค่ะ!

  • Kathryn Wortley

    เราสามารถไปที่ท่าเรือข้ามฟากเกาะซากุระจิมะได้อย่างง่ายดายด้วยรถราง ต่อด้วยการเดินเท้าจากสถานีคาโกชิมะชูโอ เรือข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากบนดาดฟ้าเรือ เราจะเห็นวิวอ่าวคิงโกะและซากุระจิมะระหว่างที่เรือกำลังแล่นใกล้เข้าหาเกาะด้วยค่ะ

    ซากุระจิมะเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังปะทุที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก ซากุระจิมะและอ่าวคิงโกะเป็นอุทยานธรณีและมีความหลากหลายโดดเด่นทางด้านพฤกษศาสตร์ คนท้องถิ่นมาช่วยกันเก็บขี้เถ้าชิ้นใหญ่ๆ ที่ตกลงมาใส่ถุงขยะด้วยค่ะ

    แต่ส่วนใหญ่แล้ว ซากุระจิมะจะพ่นแค่ขี้เถ้าออกมาเท่านั้นค่ะ ข้อมูลจากศูนย์นักท่องเที่ยวซากุระจิมะแสดงให้เห็นว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ถึงเดือนตุลาคม 2561 มีบันทึกการปะทุของภูเขาไฟไว้ถึง 409 ครั้ง ผู้ที่ใช้ชีวิตบนเกาะกล่าวว่าตนอาศัยอยู่กันได้สบายๆ แต่เพื่อนบ้านในบริเวณรอบข้างอาจหน้างอสักหน่อยเพราะลมพัดขี้เถ้าปลิวกระจายไปสู่พื้นที่ใกล้เคียง

    แม้ว่าซากุระจิมะจะไม่ค่อยพ่นอะไรอย่างอื่นออกมานอกจากขี้เถ้า แต่จังหวัดคาโกชิมะก็พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เรือข้ามเกาะซากุระจิมะจึงให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันและ 365 วันต่อปี และบนเกาะซากุระจิมะจะเห็นได้ว่ามีเพิงตั้งอยู่มากมาย หมู่บ้านที่อยู่บนภูเขาไฟจะตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายฝั่ง และก็ดูเหมือนว่าจะมีจุดขึ้นเรือข้ามฟากจากแต่ละหมู่บ้านหากภูเขาไฟเกิดปะทุขึ้นมาด้วยค่ะ

    ซากุระจิมะเป็นที่ที่มองแล้วเพลินตาทั้งในช่วงเช้า บ่าย และเย็น เกาะแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคาโกชิมะเลยทีเดียว ดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ทำให้ส้มโคมิคังและหัวบุกผลิดอกออกผลอย่างมากมาย คนท้องถิ่นใช้ขี้เถ้าภูเขาไฟมาสร้างผลงานศิลปะ และก็มีผลิตภัณฑ์มากมายในร้านขายของที่ระลึกในศูนย์นักท่องเที่ยวซากุระจิมะ

    เราได้พบกับชาวเกาะจำนวนหนึ่งระหว่างที่กำลังทานอาหารในร้านและก็ได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ชาวคาโกชิมะใจดีนะคะ แล้วก็ชอบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งที่ควรทำ และอาหารที่ควรลองด้วย

ท่าเรือข้ามฟาก ฝั่งซากุระจิมะไปฝั่งคาโกชิมะ 15 นาที

รถรางเมืองคาโกชิมะ สถานีซูอิโซคุกันกูจิไปคาโกชิมะชูโอ 15 นาที

Shiroyama Hotel Kagoshima

  • Victoria Brewood

    โรงแรมชิโรยามะเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่คุณสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขาไฟซากุระจิมะได้จากห้องพักของตัวเอง และจากออนเซนส่วนที่เป็นบ่อกลางแจ้ง คุณก็สามารถแช่น้ำไปพร้อมกับชมวิวซากุระจิมะได้ด้วยค่ะ บุฟเฟ่ต์อาหารเช้ามีทั้งอาหารฝรั่งและอาหารญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย ฉันชอบเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูแอปเปิลที่ให้กดดื่มได้เอง ห้องที่ฉันพักก็สะอาดสะอ้านและสะดวกสบาย มีห้องน้ำแบบสมัยใหม่และเตียงใหญ่ๆ สองเตียงให้นอนพักผ่อนค่ะ

  • Kathryn Wortley

    บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของโรงแรมชิโรยามะโฮเทลคาโกชิมะมีบริการอาหารหลากหลายที่เหมาะกับทุกคน ทั้งอาหารฝรั่งและอาหารญี่ปุ่น รวมถึงขนมปังจากเบเกอรี่ของทางโรงแรมเองด้วย ห้องพักก็กว้างและนอนสบายดี ออนเซนกลางแจ้งของโรงแรมตอนพระอาทิตย์ขึ้นก็ทำให้เห็นวิวซากุระจิมะที่สวยจนน่าตะลึงด้วยค่ะ

วันที่สาม

Shiroyama Hotel Kagoshima

รถบัสรับ-ส่งของโรงแรมจากสถานีคาโกชิมะชูโอ ทางออกทิศตะวันตกไปโรงแรม ประมาณ 20 นาที

รถไฟด่วนอิบุสุกิโนะทามาเตะบาโกะmore

รถไฟด่วนอิบุสุกิโนะทามาเตะบาโกะ
รถไฟที่มุ่งหน้าไปสู่อิบุสุกิขบวนนี้ตกแต่งตามธีมตำนานวังมังกรที่เล่าต่อกันมาบนคาบสมุทรซัตสึมะในจังหวัดคาโกชิมะ ภายนอกใช้สีโมโนโทนดูน่าสนใจ ภายในตกแต่งด้วยไม้ดูดีมีระดับ รถไฟขบวนนี้จะพ่นควันสีขาวเวลาที่คนขึ้นรถไฟ สื่อถึงกล่องสมบัติของอุราชิมะ ทาโร่ และควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากล่อง
  • Victoria Brewood

    ภายในรถไฟมีความพิเศษตรงที่เบาะนั่งจะหันออกไปทางหน้าต่าง ให้คุณได้ชมวิวระหว่างที่รถไฟวิ่งตามแนวชายฝั่ง ทุกอย่างบนรถไฟสายนี้จะยึดธีมสีขาวดำหมดเลยค่ะ ไม่เว้นแต่อาหาร ซึ่งสองสีนี้หมายถึงคนแก่และคนหนุ่มสาว การขึ้นรถไฟสายนี้เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเป็นหนึ่งในการนั่งรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดที่เคยนั่งมา จนไม่อยากให้ถึงจุดหมายเลยค่ะ!

    การสัมผัสประสบการณ์ "แช่ทราย" เป็นหนึ่งในเรื่องประหลาดที่สุดที่ฉันเคยทำเลยค่ะ แต่ก็สนุกดีไปอีกแบบ เราจะฝังตัวกันในทรายภูเขาไฟ โดยมีแค่ส่วนศีรษะเท่านั้นที่โผล่พ้นทราย และเขาก็จะกางร่มบังแดดที่ศีรษะให้ด้วย ทรายร้อนและหนักมากๆ จนฉันรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจตัวเองที่มือและเท้าเลยค่ะ! การแช่ทรายจะทำให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้หลายอย่างเลยนะคะ ตอนแรกฉันรู้สึกกังวลแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่าร้อนเกินไปก็จะขยับมือขยับเท้าเอาค่ะ

    หลังจากไปสึนะมุชิออนเซนแล้ว เราก็ไปทานราเมนกันที่ร้านทาเคโทระ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศทันสมัยเป็นกันเองแต่ภายในยังตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เราเริ่มกันด้วยเกี๊ยวซ่าและสั่งราเมนรสชาติต่างๆ มาจนครบทุกรสเลยค่ะ ของฉันจะเป็นราเมนน้ำแกงเนื้อหมูและมีเนื้อบดโปะด้านบน และฉันก็โรยผงปลาป่นลงไปให้ลอยหน้าอยู่บนราเมนค่ะ

  • Kathryn Wortley

    ชื่อของรถไฟอิบุสึกิโนะทามาเตะบาโกะได้มาจากชื่อกล่องสมบัติในตำนานเรื่องอุราชิมะ ทาโร่ โดยรถไฟขบวนนี้ ภายนอกอาจดูเก่าแต่ภายในทันสมัย ระหว่างที่รถไฟแล่นไปตามชายฝั่งของเมืองชายทะเลอิบุสึกิ เราก็เอร็ดอร่อยไปกับพุดดิ้งวานิลลา-งากับขนมปังหวานที่เป็นของขึ้นชื่อประจำรถไฟขบวนนี้ค่ะ

    ฉันฝังตัวในทรายร้อนตั้งแต่หัวจรดเท้านาน 10 นาที พอครบเวลาและได้ลุกขึ้นมาแล้วก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากเลยค่ะ กิโมโนผ้าฝ้ายที่ใช้ตอนแช่ทรายสามารถสวมใส่ได้ง่ายๆ และพนักงานที่ช่วยโกยทรายภูเขาไฟร้อนๆ กลบเราก็อธิบายขั้นตอนต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษให้ทราบด้วยค่ะ ทรายจะทำให้เราเหงื่อไหลเป็นน้ำตกเลยค่ะ ดังนั้นการแช่ทรายจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ

    เมนูของร้านทาเคโทระมีราเมนทงคัตสึอันโด่งดังของคาโกชิมะ และยังมีโหมดซุปโชยุและโหมดซุปเกลือให้เลือกด้วยนะคะ เราได้ลองทานราเมนขึ้นชื่อในท้องถิ่น ซึ่งโรยผงปลาโอแถบแห้งไว้ด้านบนด้วยค่ะ ส่วน เกี๊ยวซ่าก็อร่อยเหมือนกันค่ะ

จักรยานไฟฟ้าสำหรับเช่าประมาณ 18 นาที (สูงสุด 2 ชั่วโมง)

เกาะจิรินกาชิมะmore

เกาะจิรินกาชิมะ
เกาะจิรินกาชิมะหรือเกาะจิรินมีอีกชื่อหนึ่งว่า "เกาะแต่งงาน" คุณสามารถเดินไปตาม "ถนนจิริริน" ซึ่งเป็นสันดอนทรายความยาว 800 เมตร ที่จะโผล่ให้เห็นในช่วงน้ำลงช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม
  • Victoria Brewood

    ชิริงกาชิมะเป็นเกาะในอ่าวคิงโกะซึ่งไม่มีคนอยู่อาศัย ที่นี่มีสันทรายซึ่งจะเห็นได้ต่อเมื่อน้ำลดลงต่ำเท่านั้น และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาต่างๆ ของปีและตำแหน่งของพระจันทร์ด้วย เราไปที่จุดชมวิวกันเพื่อถ่ายภาพและชมวิวเกาะสวยๆ จากมุมสูงค่ะ

  • Kathryn Wortley

    เราเดินขึ้นเนินเป็นระยะสั้นๆ เพื่อขึ้นไปชมวิวอิบุสึกิและชิริงกาชิมะซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวคิงโกะ โชคดีที่เราได้เห็นสันทรายเชื่อมต่อเกาะกับฝั่งแผ่นดินด้วยค่ะเพราะสันทรายนี้จะเห็นได้แค่ในช่วงที่น้ำลดเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นต่อวัน ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคม

รถบัสคาโกชิมะโคสึ (รถบัสธรรมดา: นางาซากิบานะ ไคมงดาเกะ และอิเคดาโกะ)จากอีโคแคมป์โจอิริไปสถานีอิบุสุกิ 10 นาที*หรือโดยรถจักรยานเช่า "อิบุริน" 18 นาที

รถบัสคาโกชิมะโคสึ (รถบัสธรรมดา: นางาซากิบานะ ไคมงดาเกะ และอิเคดาโกะ)จากสุนะมุชิไคคังถึงสถานีอิบุสุกิ 4 นาที*หรือโดยรถจักรยานเช่า "อิบุริน" 8 นาที

สุนะมุชิออนเซ็นmore

สุนะมุชิออนเซ็น
ในเมืองอิบุสุกิมีแหล่งน้ำพุร้อนกระจายอยู่กว่าพันแห่ง “สุนะมุชิออนเซ็น” หรือการอบทรายเพียงแห่งเดียวในโลกมีสรรพคุณทั้งช่วยเรื่องดีท็อกซ์และช่วยให้ผ่อนคลายได้อย่างดีเยี่ยม
  • Victoria Brewood

    หลังจากไปที่จุดชมวิวแล้ว เราก็ไปที่ออนเซนอีกแห่งหนึ่งที่ชื่อะทามาเตะบาโกะ ซึ่งจะมีบ่อน้ำพุร้อนแยกชายหญิงพร้อมวิวภูเขาไคมง เราไม่ได้แช่น้ำกันที่นี่หรอกค่ะแต่ก็ได้ชมวิวเหมือนกัน

    ริวกุจินจะตั้งอยู่บนแหลมทางด้านใต้ของคาโกชิมะ และมีคำกล่าวกันว่าโอโตฮิเมะ (เจ้าหญิงแห่งวังมังกร) สถิตอยู่ที่นี่ค่ะ โดยที่นี่มีประเพณีให้ผู้มาเยือนเขียนคำขอลงบนเปลือกหอย ฉันจึงเขียนคำขอของฉันลงไป บริจาคเหรียญเงินและตีระฆังเพื่อให้คำขอกลายเป็นจริงค่ะ จากนั้นเราก็เดินไปกันที่ประภาคารนางาซากิบานะเพื่อชมวิวมหาสมุทรและภูเขาไคมง

    ก่อนจบวันนี้ เราได้ไปที่สถานีนิชิ-โอยามะ ซึ่งเป็นสถานีเจอาร์ที่อยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น สถานีแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวภูเขาไคมงสวยมากๆ ช่วงเวลาที่รอรถไฟมาจึงดูเหมือนสั้นไปถนัดใจ ฉันว่าที่นี่เป็นสถานีรถไฟที่น่าทึ่งที่สุดที่เคยเห็นเวลาไปเที่ยวเลยค่ะ!

    ที่ร้านคากมมะ ฟุรุซาโตะ ยาไตมุระ เรามาทานอาหารหลายอย่าง เช่นเนื้อย่างเสียบไม้และหมูคุโรบูตะ บรรยากาศที่นี่ดูมีชีวิตชีวามาก และที่นี่ก็เป็นร้านที่คนนิยมมาผ่อนคลายและดื่มเบียร์หรือโชจูหลังเลิกงานด้วยค่ะ ฉันสนุกกับการได้ลองอาหารหลากหลายประเภทและไวน์บ๊วยท้องถิ่นมากเลยค่ะ

  • Kathryn Wortley

    เราได้ผ่านที่แช่ทรายอีกแห่งชื่อซายูริ ที่นี่จะอยู่ห่างจากย่านตัวเมืองอิบุสึกิประมาณ 30 นาทีหากขับรถ ฟุชิเมะ ไคกันเคยเป็นสถานที่ผลิตเกลือของคาโกชิมะมาก่อน ซึ่งคุณจะเห็นไอน้ำลอยออกมาจากโรงงานเกลือเก่าๆ และสัมผัสได้ถึงไอเกลือในอากาศด้วยค่ะ

    ศาลเจ้าริมชายฝั่งอันน่าทึ่งแห่งนี้ไม่เหมือนศาลเจ้าที่ไหนในญี่ปุ่นเลยค่ะ สีแดงส้มและขาวของตัวศาลตัดกับสีทะเลที่อยู่โดยรอบได้อย่างงดงาม แต่แทนที่จะเขียนคำขอลงบนแผ่นป้ายไม้ ผู้มาเยี่ยมชมที่นี่จะเขียนคำขอลงบนเปลือกหอยอันใหญ่และวางไว้ในขวดโหลหรือใกล้กับรูปปั้นอุราชิมะ ทาโร่กับเต่าแทน

    สถานีเจอาร์ที่อยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่เหมือนออกมาจากภาพวาดเลย เหมาะกับการถ่ายรูปภูเขาคันมง รางรถไฟเดี่ยว และทุ่งอันเขียวขจีที่อยู่โดยรอบค่ะ ตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่นก็อยู่ที่สถานีเหมือนกันนะคะ แต่ทาเป็นสีเหลืองแทนสีแดงเพื่อเป็นการระลึกถึงตำแหน่งการตั้งตู้ที่แสนพิเศษ

    แนวโคมไฟสีแดงที่ร้านคากมมะ ฟุรุซาโตะ ยาไตมุระดูแล้วเหมือนกำลังเชื้อเชิญลูกค้าเข้าร้านเลยค่ะ เมื่อเข้าไปภายในร้านแล้ว คุณจะได้เห็นแผงขายอาหารและเครื่องดื่มกว่า 25 แผง โดยแต่ละแผงจะมีที่นั่งประมาณ 8 ที่ ซึ่งลูกค้าชาวท้องถิ่นก็น่ารักดี และพนักงานก็ให้บริการได้ดีค่ะ ส่วนพวกเราก็สนุกกับการเดินเข้าร้านนั้นที ร้านนี้ทีมาเพื่อลองชิมอาหารท้องถิ่นเมนูต่างๆ อย่างเช่นซัตสึมะอาเกะและ กาเนะค่ะ

รถบัสคาโกชิมะโคสึ (รถบัสธรรมดา: สถานีอิบุสุกิ)จากสุนะมุชิไคคังถึงสถานีอิบุสุกิ 4 นาที*หรือโดยรถจักรยานเช่า "อิบุริน" 8 นาที

รถไฟ JR สายอิบุสุกิมากุระซากิที่มุ่งหน้าไปคาโกชิมะ สถานีอิบุสุกิไปสถานีคาโกชิมะชูโอ 1 ชั่วโมง 10 นาที

โรงแรมในเมืองคาโกชิมะ

วันที่สี่

โรงแรมในเมืองคาโกชิมะ

  • Victoria Brewood

    พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งคิริชิมะมีงานศิลปะและงานประติมากรรมที่ออกแบบโดยศิลปินทั่วโลกอยู่จำนวนมาก จึงวางกระจายกันไปในสวนกว้างที่อยู่ตีนเขาคิริชิมะ เราเดินตัดผ่านส่วนที่เป็นป่าและชมงานศิลปะไประหว่างทางด้วยค่ะ

    อาหารเที่ยงในวันสุดท้ายของเราเป็นมื้อพิเศษเพราะวาสึเระโนะซาโตะ กาโจเอนมีทิวทัศน์ป่าที่สวยงามมากค่ะ เรียวกังแห่งนี้ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ เราจึงต้องถอดรองเท้ากันด้วย และก็ได้ทานอาหารหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งซาชิมิเนื้อไก่ ไข่ม้วน หมู และซุป การบริการที่นี่เป็นเลิศมากค่ะ

  • Kathryn Wortley

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13 เฮกเตอร์ตรงชายเขาคิริชิมะเพื่อจัดแสดงศิลปะร่วมสมัยมากมายอันเป็นผลงานของศิลปินทั่วโลก เราสนุกกับการเดินลงจากกรอบรูปสีทองในสนามหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดี และมองหารูปปั้นของแอนโทนี่ กอร์มเลย์ที่ซ่อนอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ให้ครบด้วยค่ะ

    ในร้านอาหารที่ล้อมรอบไปด้วยป่าแห่งนี้ มีไก่ตัวเป็นๆ เดินตามสนามหญ้าด้วยค่ะ และวัตถุดิบทุกอย่างที่ใช้ทำอาหารในร้านก็ได้มาจากสินค้าในท้องถิ่นทั้งสิ้น เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปในสถานที่ที่เวลาหยุดเดินเลยค่ะเพราะตัวโครงสร้างและเครื่องมือเก่าแก่ต่างๆ ก็มีประดับไว้อยู่ในร้าน อาหารกลางวันที่นี่เป็นอาหารชุดที่อร่อยมากค่ะ มีอาหารจานเล็กๆ หลายอย่างรวมกัน

รถบัสรับ-ส่งของโรงแรมโรงแรมไปสถานีคาโกชิมะชูโอ (จุดจอดรับคนของรถบัสลีมูซีนสนามบิน) ประมาณ 30 นาที

รถบัสลีมูซีนของสนามบินคาโกชิมะ 45 นาที

สนามบินคาโกชิมะ

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Victoria Brewood

    ในทริปช่วงที่อยู่โตเกียว ฉันชอบที่ได้ลองทานปลาไหลเป็นครั้งแรกและชอบถนนคนเดินมิโนวะด้วยค่ะ สกายบัสทำให้ฉันได้เห็นกรุงโตเกียวในมุมมองที่ต่างออกไป และฉันก็ชอบที่ได้เห็นสถานที่สำคัญหลายๆ แห่งของเมืองส่วนช่วงที่ไปเที่ยวคาโกชิมะก็สนุกมากค่ะ จังหวัดนี้สวยมากๆ เลย สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดในจังหวัดนี้ก็คงเป็นความเป็นมิตรของคนที่นั่น อาหาร และวิวสวยๆ อย่างน่าเหลือเชื่อ ฉันจะกลับมาเที่ยวคาโกชิมะอีกแน่นอนค่ะเพราะแค่ 3 วันยังไม่พอให้ค้นหาอะไรๆ ในจังหวัดนี้ได้มากมายสักเท่าไหร่เลยค่ะ

  • Kathryn Wortley

    แม้ว่าฉันจะอาศัยอยู่ที่โตเกียวมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ทัวร์นี้ก็ทำให้คิดได้ว่าในเมืองนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมายเลยค่ะ อย่างเช่นนั่งรถบัสข้ามสะพานสายรุ้งตอนกลางคืนเพื่อจะได้เห็นแสงไฟจากในเมือง และแม้ว่าโตเกียวจะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยก็ตามที แต่ก็ยังมีประวัติศาสตร์และความเก่าแก่แทรกซึมอยู่มาก การได้นั่งรถรางสายโทเดน อาราคาวะ ระบบรถรางสายสุดท้ายที่ยังหลงเหลือในโตเกียว และได้เดินถนนคนเดินจอยฟูลอาราคาวะ ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่คนท้องถิ่นได้สัมผัสมาตลอดหลายทศวรรษ การเดินทางจากโตเกียวไปคาโกชิมะด้วยเครื่องบินกินเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นทำให้รู้สึกว่าใช้เวลาไม่นานและไปได้ง่ายนะคะ และแม้ว่าคาโกชิมะจะอยู่ใกล้ แต่ในแง่ของวัฒนธรรมแล้วก็เรียกว่าห่างไกลจากโตเกียวพอสมควร ทำให้ที่นี่เป็นอีกจังหวัดที่เหมาะแก่การเที่ยวชมเพื่อให้เข้าใจญี่ปุ่นได้มากขึ้นค่ะ คาโกชิมะมีบ่อออนเซน อาหาร การต้อนรับขับสู้ จุดชมวิว และกิจกรรมสนุกๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

การได้ไปเที่ยวทั้งโตเกียวและคาโกชิมะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้ได้เห็นแง่มุมที่แตกต่างกันของญี่ปุ่นช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ฉันได้ใช้ไปในโตเกียวทำให้ได้เห็นด้าน "พื้นเมือง" ของโตเกียวมากขึ้นค่ะ แทนที่จะไปย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกัน ภูเขาไฟซากุระจิมะในคาโกชิมะสวยจนน่าตะลึงเลยค่ะ รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของภูเขาไฟในหลากหลายรูปแบบเลยค่ะ ฉันชอบที่ได้ลองอาหารและเครื่องดื่มประจำจังหวัดคาโกชิมะ อย่างเช่นโชจู หมูดำคุโรบุตะ และซาชิมิเนื้อไก่ด้วยค่ะ คาโกชิมะให้อารมณ์ที่แตกต่างจากโตเกียวอย่างสิ้นเชิง ซึ่งฉันคิดว่าจังหวัดนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากค่ะ

Victoria Brewood
บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:ประเทศสหราชอาณาจักร
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยวคนเดียว อาหาร และการถ่ายภาพ

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    มาญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 2

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ทัวร์ในครั้งนี้เริ่มด้วยการแสดงให้เราเห็นภาพเมืองหลวงของญี่ปุ่นในอดีตและสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ที่รอให้คุณมาค้นหา จากนั้นเราก็เดินทางไปกันที่คาโกชิมะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยภูมิทัศน์แสนงดงาม ของกินอร่อยๆ กิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ และคนท้องถิ่นที่เป็นมิตร

Kathryn Wortley
นักเขียนและนักข่าวสายท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศสหราชอาณาจักร
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยว

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    ปัจจุบันอาศัยอยู่ในโตเกียวมา 5 ปีแล้ว

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © KYUSHU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.